วันพฤหัสบดีที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2553

[1568] ประโยชน์หลายอย่างของเรียงความ (essay)

หมายเหตุ: ขอเพิ่มลิงค์เพื่อการดาวน์โหลด ข้างล่างนี้ครับ
http://search.4shared.com/q/DTQAAAAAAAAACgEDAAA/1/pdf/How+to+Prepare+for+TOEFL+Essay
http://rapidlibrary.com/index.php?q=How+to+Prepare+for+TOEFL+Essay

สวัสดีครับ
ท่านผู้อ่านครับ ผมได้ยินบางคนพูดว่า คนที่ชอบเอาความหลังมาพูดคือคนแก่แล้ว ถ้าเป็นอย่างนี้ผมก็คงเป็นคนหนึ่งที่แก่แล้ว เพราะเมื่อคุยในบล็อกนี้ผมเอาชีวิตแต่หนหลังมาพูดบ่อย วันนี้จึงขอเป็นคนแก่อีก 1 วัน คือจะพูดเรื่องวิชาเรียงความ หรือ essay

สมัยที่ผมเรียนอยู่ชั้นมัธยมผมเรียนสายวิทย์ มีเพื่อนหลายคนไม่ชอบวิชาภาษาไทย โดยเฉพาะวิชาเรียงความไม่ชอบเอามาก ๆ พวกเขามักจะชอบวิชา “หลัก” ซึ่งก็คือ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ส่วนผมเองนั้นชอบวิชาภาษาไทย โดยเฉพาะวิชาเรียงความชอบเอามาก ๆ และที่ชอบมากรองลงไปก็คือวิชาย่อความ ผมไม่รู้ว่าสมัยนี้โรงเรียนเขายังสอน 2 วิชานี้อยู่หรือเปล่า

ทำไมผมจึงชอบวิชาเรียงความ ก็เพราะมันเป็นวิชาที่ไม่มีขอบเขต เมื่อได้รับหัวข้อที่ครูตั้งให้เขียน เราจะเขียนอย่างไรก็ได้ตามใจเรา ถ้าใช้สำนวนภาษาอังกฤษที่ผมเพิ่งมารู้ตอนโตแล้วก็ต้องพูดว่า The sky’s the limit. ซึ่งแปลว่า
There is no limit to what something or someone can achieve คือเราสามารถทำอะไรให้สำเร็จได้อย่างไร้ขีดจำกัด หรือในแง่ของเรียงความก็คือ เราสามารถใช้ข้อมูลและจินตนาการที่มีอยู่สร้างสรรค์ผลงานการเขียนปานใดก็ได้ตามใจเรา

วิชาเรียงความจึงมิใช่ทักษะในการใช้มือ แต่คือความพยายามในการหาข้อมูล การฝึกใช้สมองขบคิดข้อมูลที่ได้มา การหัดใช้จินตนาการร้อยเรียงเป็นเรื่องราวที่คนอ่านแล้วเข้าใจ สนใจ ติดใจ เห็นด้วย งานอย่างนี้มีเพียงฟ้าเท่านั้นที่ปิดกั้นเราไม่ให้ทำ แต่ฟ้านั้นกว้างใหญ่นัก ฟ้าจึงไม่เคยปิดกั้นใคร

ผมจึงชอบวิชาเรียงความตั้งแต่ตอนนั้น และก็ยังชอบอยู่เรื่อย ๆ มาจนถึงทุกวันนี้
ครั้นมาถึงวันนี้ที่ผมทำบล็อก ผมจึงได้รู้ว่า การเขียนหรือ writing เป็นสิ่งที่ผู้เรียนชาวไทยอาจจะชอบน้อยที่สุด ส่วนการพูดเป็นทักษะที่คนไทยอยากจะเก่งมากที่สุด

ผมขอโยงเรื่องนี้เข้ากับหนังสือเล่มที่ผมเพิ่งพบเมื่อไม่นานมานี้ ชื่อ How to prepare for the TOEFL essay หนังสือเล่มนี้ให้คำแนะนำโดยละเอียดเกี่ยวกับการเขียน essay เมื่อท่านเข้าสอบ TOEFL หนังสือเล่มนี้มีทั้งหมด 271 หน้า โดยหน้า ที่ 1 – 156 ให้คำอธิบายเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ในการเขียน essay ท ส่วนนี้ผมไม่สนใจ หรือยังไม่สนใจตอนนี้

ผมมาสนใจส่วนหลัง ตั้งแต่หน้าที่ 158 – 270 ซึ่งมี essay จำนวน 185 เรื่องให้เราอ่าน โดย essay จะเริ่มต้นด้วยคำถาม และตามด้วยเรียงความตอบคำถามนั้น โดยคำถามหนึ่ง ๆ จะถามลักษณะใดลักษณะหนึ่ง ดังต่อไปนี้
1..ให้โต้แย้ง (MA – Making an Argument)
2.ให้บอกว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย (AD - Agreeing or Disagreeing)
3.ให้ตอบว่าชอบอย่างไหนในสองอย่างที่ให้มา (PR - Stating a Preference)
4. ให้คำอธิบาย (EX – Giving an Explanation)
โดยคำถามทุกข้อ จะลงท้ายด้วยคำสั่งทำนองนี้
ให้ยกเหตุผล ตัวอย่าง รายละเอียดที่เจาะจงมาสนับสนุนหรืออธิบายคำตอบ หรือความเห็น
Use specific reasons/examples/details/ to support/explain your choice/answer/opinion/position.

ตอนนี้ถ้าท่านจะดาวน์โหลดหนังสือเล่มนี้ ก็คลิกที่ลิงค์นี้ครับ
http://www.4shared.com/get/gdeAp8zd/Barrons-HowtoPrepareforTOEFLEs.html

สาเหตุที่ผมนำเอาหนังสือเล่มนี้มาแนะนำก็เพราะว่า หนังสือ How to prepare for the TOEFL essay จะช่วยเราในเรื่องต่อไปนี้
1.ฝึกอ่าน – เนื่องจาก essay แต่ละเรื่องนั้นสั้น สามารถอ่านจบก่อนหมดความอดทน พออ่านจบ 1 เรื่องแล้วก็สามารถเบรกสักครู่ให้ความเบื่อจางแล้วจึงค่อยอ่านเรื่องต่อไป
2.ฝึกคิด – คำถามของ essay แต่ละเรื่องนั้นถามง่าย ๆ แต่ก็ชวนให้คิดว่าเราควรจะตอบอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องทำตามโจทย์ที่บอกว่า ให้ยกเหตุผล ตัวอย่าง รายละเอียดที่เจาะจงมาสนับสนุนหรืออธิบายคำตอบ หรือความเห็น สิ่งนี้น่าสนใจนะครับ เพราะโดยทั่วไปเมื่อเราถูกถามอะไรก็ตาม คงไม่ยากนักที่จะให้คำตอบ แต่ถ้าต้องให้ยกเหตุผล-ตัวอย่าง-รายละเอียด มาสนับสนุนคำตอบ หลายครั้งที่เราก็คร้านที่จะคิด หรือถ้าคิดได้ก็คร้านที่จะอธิบายความคิด ความสามารถในการอธิบายของเราก็จะค่อย ๆ น้อยลง ๆ ในภาษาไทยมีคำว่า “ขบคิด” คือต้องขบจนแตกเสียก่อนจึงจะสามารถคิดออก เราอาจจะชอบคิดเฉย ๆ แต่ถ้าให้คิดโดยต้องขบ เราอาจจะไม่อยากคิด

เมื่อท่านอ่านคำถามตอนต้น essay, ก่อนที่จะอ่านตัว essay ท่านลอง “ขบคิด” ดูก่อนซิว่า ท่านเองจะตอบอย่างไร หลังจากนี้ลองอ่านเปรียบเทียบคำตอบใน essay ผมเองลองอ่านดูบ้างแล้ว และได้ข้อสรุปบางประการว่า

-ในโจทย์ที่ให้แสดงความคิดเห็นนี้ อาจจะไม่มีคำตอบที่ผิดหรือถูก เพราะมันเกี่ยวข้องกับหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องรสนิยม วัฒนธรรม และประสบการณ์ของผู้ตอบ และความเห็นที่แสดงไว้ใน essay หลายอย่างเราอาจจะไม่เห็นด้วย หรือเห็นด้วยอย่างมีข้อแม้ แต่เรื่องที่นาสนใจก็คือ ไม่ว่ามนุษย์ในแต่ละมุมโลกจะแตกต่างกันมากน้อยเพียงใดก็ตาม มนุษย์ก็มีลักษณะร่วมที่เหมือนกันอันแสดงถึงลักษณะของผู้ที่เจริญแล้ว เช่น การเคารพในความเท่าเทียมกันของของมนุษย์, การให้โอกาสแก่มนุษย์ที่จะพัฒนาศักยภาพของเขา, การเมตตาและให้คนเรามีโอกาสแก้ตัวบ้าง, การมองโลกในแง่ดี ไม่สยบต่ออุปสรรค แต่ขณะเดียวกันก็มองโลกอย่างยอมรับและเข้าใจในความเป็นจริง, การพิจารณาทุกเรื่องราวจากสายตาของผู้ที่อยู่ตรงกันข้าม, การมองเรื่องเดียวจาก 2 มุมขึ้นไป ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ควรจะเป็นพื้นฐานของการแสดงความคิดเห็น

-เนื่องจาก essay ให้เขียนคำตอบที่ครอบคลุมแต่ไม่เยิ่นเย้อ ทำอย่างไรเราจึงจะสามารถอธิบายเรื่องราวให้ผู้อ่านเข้าใจ-สนใจ – ติดใจ หรืออาจถึงขั้นเห็นด้วย นี่เป็นศิลปะครับ

3.ฝึกเขียน – ใน essay ที่ให้มานี้ท่านจะได้เห็นสไตล์การเขียนที่ใช้ศัพท์ง่าย ๆ อธิบายชัด ๆ ตรงไปตรงมา แยกแยะเป็นประเด็น ๆ โดยใช้โครงสร้างประโยคที่ไม่ซับซ้อน นี่เป็นสิ่งที่น่าศึกษาและสังเกต สำหรับท่านเองเมื่อมีคำตอบแล้ว ผมแนะนำให้ลองฝึกเขียนด้วยสไตล์สากลดังกล่าวนี้ ในระยะแรก ๆ สไตล์การเขียนของเราอาจมีลักษณะครูพักลักจำ แต่เมื่อฝึกเขียนไปเรื่อย ๆ เราก็จะค่อย ๆ มีสไตล์การเขียนของตัวเอง

สรุปอีกครั้งก็ คือ ผมนำหนังสือ How to prepare for the TOEFL essay มาแนะนำเพราะเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการ 1.ฝึกอ่าน 2.ฝึกคิด และ 3.ฝึกเขียน ของท่านผู้อ่าน ผมเองถ้ามีเวลาก็ฝึกกับหนังสือเล่มนี้เช่นกัน

พิพัฒน์
GemTriple@gmail.com

8 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอบคุณนะค่ะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอบคุณมากๆนะค้าา :'D

Name High Vitamin C กล่าวว่า...

พี่ครับผมเป็นคนหนึ่งที่ชอบภาษาอังกฤษ เพราะผมตอนนี้เรียน มนุดอิงค์ แต่สิ่งที่ผมชอบคือพูดกับฝรั่ง ผมกล้าที่จะพูดกับฝรังมาก แม้ว่ารู้ดีว่าเราจะพูดผิดๆบ้างแต่ก็อยากพูด ผมเป็นคนอ่อนศัพท์มาก ท่องเท่าไรก็จำไม่ได้ อ่านพอได้แต่แปลลำบาก ประโยคที่มีความซับซ้อนผมก็จะแปลไม่ได้ พวกควรเริ่มจากอะไรดีครับบ ตอนนี้ 24 แล้วจะพัฒนาได้ไหมครับ ผมอยากพูดและเขียนได้อย่างเทพ พยายามเต็มที่ อ้ออีกอย่าง listening ผมก็ไม่ค่อยดี อยากให้พี่ช่วยหาที่พูดและมีคำอ่านให้มีไหมคับจะไปปริ้นฟังและอ่านบนรถขอบคุงครับเข้าไป Blog ผมได้นะครับ

Pipat กล่าวว่า...

คุณ Name High Vitamin C ครับ
ถ้าคุณชอบภาษาอังกฤษมากอย่างที่คุณบอก ผมขอแนะนำให้คุณใช้เวลาสัก 1 วัน หาเรื่องต่าง ๆ ในบล็อกนี้

ถ้าไม่รู้ว่าจะหาอย่างไร ก็อ่านคำแนะนำที่ลิงค์นี้
http://translateitbangkokpost.blogspot.com/2010/09/blog-post.html

และคุณจะได้คำตอบที่คุณถาม
พิพัฒน์- blogger

Mrs. Sompore กล่าวว่า...

download ไม่ได้อีกแล้วค่ะ คุณพิพัฒน์
เข้าเว็บไม่ได้เลย สงสัยคนกำลังโหลดเยอะนำคะ

pipat - blog writer กล่าวว่า...

ถาม:download ไม่ได้อีกแล้วค่ะ คุณพิพัฒน์
เข้าเว็บไม่ได้เลย สงสัยคนกำลังโหลดเยอะนำคะ

blogger ตอบ: ผมเพิ่มลิงค์ให้แล้วครับ ข้างบน

engeng99 กล่าวว่า...

Hi all,

http://www.eslpod.com/

I love this ESL podcast. Podcast is just an audio file. You can subscribe via iTune to automatically receive a newest podcast. This one is FREE. Hope you enjoy with it just as I do. For further information, please look at the website. Fighting!!! ^^

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอบคุณมากนะค่ะ ช่วยได้เยอะเลยค่ะ ^^