วันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

[1347] ฝึกอังกฤษอย่างคนขี้เกียจ ดีกว่าไม่ฝึกเลย

สวัสดีครับ
เพราะภาษาอังกฤษมีประโยชน์ จึงเป็นเรื่องดีที่เราจะพยายามฝึกตัวเองให้เก่งภาษาอังกฤษ และแม้ว่าเราจะขี้เกียจก็น่าจะฝึกไปทั้งๆ ขี้เกียจนั่นแหละครับ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมขอคุยด้วยสัก 2 เรื่องนะครับ คือ เรื่องเวลาที่จะฝึก และเรื่องฝึกตามเวลา ขอว่าไปทีละเรื่องนะครับ

เรื่องที่ 1 เรื่องเวลาที่จะฝึก
ใน 1 วัน ในช่วงเวลาที่ตื่น เรามีเวลาหรือสามารถหาเวลาว่างเพิ่มในช่วงใดบ้าง ที่จะใช้ฝึกภาษาอังกฤษ เช่น
-5 นาทีหลังตื่นนอน หรือตื่นนอนให้เร็วกว่าปกติ 5 นาที
-ขณะออกจากบ้านระหว่างเดินทางไปทำงาน อาจจะกำลังขับรถส่วนตัว, นั่งรถตู้, ยืนโหนรถเมล์หรือรถไฟฟ้า
-หลังกินข้าวกลางวันและยังไม่เริ่มงานภาคบ่าย หรือใช้เวลากินข้าวน้อยลง 5 นาที
-ขณะออกจากที่ทำงานตอนเย็น ระหว่างเดินทางกลับบ้าน อาจจะกำลังขับรถส่วนตัว, นั่งรถตู้, ยืนโหนรถเมล์หรือรถไฟฟ้า
-เมื่อเดินทางถึงบ้านตอนเย็น เวลาช่วงนั้นจนถึงก่อนนอน อาจจะเจียดสัก 15 – 30 นาทีเพื่อฝึกภาษาอังกฤษ ถ้าไม่มีเวลามากปานนี้ก็เจียดสัก 10 นาทีก็ได้ ถ้า 10 นาทีก็ยังไม่ว่าง ขอ 5 นาทีได้ไหมครับ
-5 นาทีก่อนล้มตัวลงนอน หรือนอนให้ช้ากว่าปกติ 5 นาที และฝึกภาษาอังกฤษช่วงก่อนนอนนี้

* * * * *
ท่านต้องเลือกให้ได้ว่า จะใช้เวลาช่วงไหนในการฝึกภาษาอังกฤษ และฝึกอย่างไรในแต่ละช่วง และจริง ๆ แล้วถ้ามุ่งมั่นจริง ๆ ถึงงานยุ่งขนาดไหน ผมเชื่อว่า ก็ยังสามารถเจียดเวลามาฝึกภาษาอังกฤษได้ แต่ถ้าไม่มุ่งมั่น ถึงมีเวลาว่างก็คงสามารถบอกตัวเองว่างานยุ่งและไม่มีเวลามาฝึก เรื่องของเรื่องก็คือว่า ตั้งใจจะฝึกจริง ๆ หรือเปล่า?

* * * *
ท่านทราบไหมว่า สำหรับคนที่จะออกกำลังกายโดยการวิ่งทุกวันหรือทุกสุดสัปดาห์ อุปสรรคใหญ่ที่ทำให้วิ่งไม่ได้คืออะไร? เส้นทางวิ่งก็อยู่ตรงนั้นแต่ออกไปหาลู่วิ่งไม่ได้ หรือบางคนก็ซื้อลู่วิ่งอยู่กับที่มาไว้ในบ้าน แต่ไม่กี่วันก็ใช้เป็นที่แขวนเสื้อ จึงขอเฉลยว่า อุปสรรคที่ทำให้วิ่งไม่ได้ก็คือ ไม่สามารถบังคับตัวเองให้ใส่รองเท้าวิ่ง ก็เลยวิ่งไม่ได้ และไม่ได้วิ่ง !!

* * * *
เมื่อท่านจะฝึกภาษาอังกฤษ ขออย่าได้เป็นนักวิ่งใจอ่อนที่เพียงแค่สวมรองเท้ามาวิ่งก็หมดแรงเสียแล้ว เลยไม่ได้สวมรองเท้า และไม่ได้ออกไปวิ่งเสียที แต่ขอให้ท่านใจแข็งเสียหน่อย หากระเป๋าเล็กๆขนาดน่ารัก ซึ่งผมขอเรียกว่า Magic Bag of English Study ถือติดตัวไว้ตลอดเวลาขณะเดินทาง ในกระเป๋าใบนี้ให้ท่านใส่อะไรลงไปบ้าง
-หนังสือเล่ม, หนังสือพิมพ์, นิตยสารภาษาอังกฤษที่พร้อมจะพลิกเปิดอ่าน
-สมุดจดศัพท์เล่มที่พร้อมจะเปิดท่องหรือทบทวนศัพท์
-Dictionary เล่มบางที่สุด เอาไว้เปิดศัพท์ง่ายๆที่ติดอยู่ที่ริมฝีปาก แต่นึกไม่ออก
-สมุด Crossword Puzzle และดินสอ – ยางลบ พร้อมที่จะหยิบออกมาเล่น
-เครื่องเล่น mp3 ที่มีไฟล์ภาษาอังกฤษอยู่ในนั้น พร้อมที่จะเปิดและเสียบหูฟัง
-โทรศัพท์มือถือที่มีเกมภาษา เช่น Hangman พร้อมให้กดเล่นเพื่อพัฒนาคำศัพท์
ฯลฯ
รวมวัสดุฝึกภาษาอังกฤษทุกอย่าง ไว้ใน Magic Bag of English Study นี้

หรือถ้านั่งหน้าคอมฯ ก็ให้ทำ Favorite ที่ท่านสามารถคลิกเข้าไปสู่เว็บหรือหน้าฝึกภาษาอังกฤษที่ท่านชอบได้ทันที อย่าให้ต้องคลิกหลายครั้ง ถ้าความรักมีแรงน้อย มันจะเบื่อก่อนที่จะได้เรียนภาษาอังกฤษ

เนื่องจากภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่เราอาจจะ “รักไม่ง่ายแต่หน่ายเร็ว” เราจึงควรทำให้ Magic Bag of English Study หรือ Favorite เป็นอุปกรณ์ฝึกภาษาอังกฤษที่ “พร้อมใช้” และ “ดึงดูดใจ” มากที่สุด ก็คือว่า ต่อให้เบื่อขนาดหนัก ในนั้นก็ยังมีสิ่งของหรือลิงค์ที่ชอบใจอย่างน้อย 1 อย่าง ให้เราอยากหยิบออกมาฝึก หรืออยากคลิกเข้าไปฝึก

* * * * *

ในการใช้ Magic Bag of English Study หรือ Favorite มีกฎอยู่ 2 ข้อที่ต้องทำตามอย่างเคร่งครัด
กฎข้อที่ 1 ต้องฝึกทุกวัน และห้ามเลิกฝึกก่อนเวลาที่กำหนด เช่น 10 นาที, 15 นาที, หรือ 20 นาที ตามที่ตัวเองตั้งใจไว้
กฎข้อที่ 2 ถ้าคิดจะเลิกปฏิบัติตามกฎซะดื้อ ๆ ให้อ่านกฎข้อที่ 1 อีกครั้ง หรือถ้าอ่านแล้วยังไม่ค่อยเข้าใจ ก็ให้อ่านซ้ำอีกหลาย ๆ ครั้งจนกว่าจะเข้าใจและยอมรับกฎทั้ง 2 ข้อโดยไม่มีข้อแม้

* * * *
การเดินช้าบ้างนั้นไม่เป็นไร เพราะคนเราย่อมเมื่อยบ้าง เหนื่อยบ้าง ขี้เกียจบ้าง เป็นธรรมดา แต่ อย่าหยุดเดิน อย่าหยุดสนิท แม้บางวันจะจำใจลากขาเดินบ้างอย่างคนขี้เกียจสุดขีด ก็ทำไปเถอะครับ แต่อย่ามีวันที่หยุดเดิน เพราะถ้าเราเดินทุกวัน ฝึกทุกวัน มันจะก่อเป็นแรงเฉื่อยให้เราเดินได้ทุกวันและเพิ่มความเร็วขึ้นเองตามสภาพของกล้ามเนื้อที่แข็งแรงขึ้น แต่ถ้าหยุดซะแล้ว การจะ start และเข้าเกียร์ใหม่ 1, 2, 3,…. จะต้องออกแรงใจมากกว่าเดิม และมักจะไม่มีแรง เพราะฉะนั้น เดินช้าได้ หรือเดินเล็กน้อยเพียงใดก็ได้ แต่ให้เดินทุกวัน อย่าหยุดเดิน

ท่านผู้อ่านครับ...
โลกทุกวันนี้กว้างใหญ่ไพศาล และมีอะไรให้เราท่องเที่ยว สำรวจ เรียนรู้ และร่าเริงกับมันมากมายนัก และภาษาอังกฤษก็เป็นพาหนะอันวิเศษให้เราใช้เดินทางสำรวจโลก แม้ว่าเราจะอยู่ที่บ้านไม่ได้ออกไปไหนก็ตาม
และ....
ทักษะภาษาอังกฤษที่เราพยายามฝึกเพิ่มพูนให้เกิดขึ้นในตนเอง มันมิได้เป็นประโยชน์เฉพาะตนเท่านั้น แต่ยังเป็นประโยชน์ต่อคนรอบข้าง ต่อลูกหลาน ต่อญาติมิตร ต่อเพื่อนฝูง และต่อประเทศไทยอันเป็นที่รักของเรา ทั้งนี้ก็เพราะว่า เราเป็นคนไทย ความสามารถที่เรามีจึงเป็นความสามารถของคนไทย และเป็นความสามารถของประเทศไทย ประเทศไทยที่เราทุกคนรัก และคนไทยทุกคนซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชาติซึ่งเราต้องการให้อยู่ร่วมกับเราอย่างมีความสุขในแผ่นดินนี้นี่แหละครับ

พิพัฒน์
GemTriple@gmail.com

11 ความคิดเห็น:

Saowananta Loetphong กล่าวว่า...

รักและประทับใจบทความนี้มาก สอนลูกและคนที่รักทุกคนว่า ไม่มีใครฉลาดมาตั้งแต่เกิด การเรียนรู้เท่านั้นที่ทำให้คนฉลาด ดิฉันเริ่มใช้ computerครั้งแรกอายุราว50ปี กล้าๆกลัวๆ กลัวพัง ใช้ๆไป แฮ้ง ทำไงดีต้องพึ่งร้านพอเอาไปให้ทางร้านดู บอกมาเอาเย็นบ้าง 2วันบ้าง หลายครั้งเขาบอกว่าติด virus ให้ Scan โอ๊ยทำอย่างไรไอ้เจ้าScan มืด มีครั้งหนังได้ดูเขาสัมภาษณ์นักธุรกิจดูแล้วอายุมากกว่าเราเขายังใช้ computer เป็น ไอ้ก็อายุน้อย ฮึด เริ่มจับล่ะ ติดขัดใช้วิธีโทรถามผู้รู้กว่า ขอขอบคุณ คุณชาลี สุรศร คุณสายใจ คงพานิช ผู้ช่วยจูงมือเดิน จนวิ่งได้ในโลก Cyber สำคัญที่สุดคิดที่สามารถโลดแล่นโลก Cyber ได้เพราะภาษาอังกฤษ ซึ่งก็เก่งน้อยมากอีก เมื่อสองอย่างต้องคู่กัน จึงพยายามเรียนรู้เพิ่ม แต่เนื่องจากเราต้องทำงานไม่มีเวลานั่งหน้า PC มากนักเพื่อเรียนรู้ จึงถอย PPC Mobile Phone มาใช้ศึกษา วิ่งขึ้นลงกรุงเทพฯหลายครั้งเวลาเครื่องรวน นั่งถามช่าง และโทรถาม จนทุกวันนี้สามารถพูดได้ว่าใช้ PC เป็นจาก PPC แต่เมื่อต้องการเรียนภาษาอังกฤษเพิ่ม(ฟรี)จึงเริ่มรูจัก www.watnai.org มาได้ปีกว่าๆ และนี้เอง ทำให้ดิฉันเก่งอังกฤษขึ้นแล้วยังเก่ง computerอีกเพราะสามารถ download,install,uninstall อื่นๆอีกมาก ทุกวันที่มีโอกาสเข้าสู่โลกCyber 80-90%จะอยู่ www.watnai.org ซึ่งเหมือนได้ไปทั่วโลก ขอบคุณอาจารย์จริงๆ

Ddy กล่าวว่า...

เป็นข้อแนะนำที่มีประโยชน์มากเลยครับ

platoosom กล่าวว่า...

คำแนะนำ ยอดเยี่่ยมเหลือเชื่อจริงๆ มันซาบซึ้งลงไปถึงหัวใจจริงๆ

NIPON PROMPILAI กล่าวว่า...

I really love this encouragement and suggestion for Thai learners of English. I personally realize how much the English language would help if we can use it efficiently and for some reason we will one day appreciate it more than we ever expect. Besides sparing some time for self-practice, we do need to find somebody(native speakers) to talk to. I got a chance to talk to American college students and asked them how much they know about tenses. Surprisingly, almost all of them know less than they should do as native speakers of English. This might imply that using the language in real life settings should be the top priority. If you want to know how the English tests for students(GAT, PAT, O-NET, A-NET) are like, you can google them. I tell you what..oh they're so hard indeed, esp. for rural students like my students.

Best,
Nipon

The diary of bird กล่าวว่า...

ขอบคุณมากๆเลยครับ
มีบทความลักษณะนี้ ทำให้มีกำลังใจขึ้นมาเยอะเลยครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ผมได้อ่านบทความนี้ก็ด้วย มีพี่คนนึงแนะนำ ไม่นึกเลยว่าบทความจะพูดซะจนเห็นภาพ(ในตัวผม)โดยเฉพาะเรื่องเบื่อภาษาอังกฤษ ทุกวันนี้รู้สึกแล้วครับ ว่าถ้าย้อนได้เราจะ .... แต่ไม่เป็นไร ย้อนไม่ได้ก็เดินหน้าได้
(ขอบคุณพี่ปลาทู ที่แนะให้อ่าน และขอบคุณ พี่พิพัฒน์ ที่เขียนบทความดี ๆ ให้คนไทยได้อ่านครับ)

Pipat กล่าวว่า...

... ไม่เป็นไร ย้อนไม่ได้ก็เดินหน้าได้....
คำพูดนี้กินใจผมมากครับ

พิพัฒน์ - blogger

Saowananta Loetphong กล่าวว่า...

I sent Longdo Dictionary to my dauther that study abroad via mail and she forward to her friends.today my dauther told me that they are thank you because its very make use full to them so this word"thank you" From them I get to you

pipat - blog writer กล่าวว่า...

Dear Khun Saowananta,
Just tell your daughter to survey this blog. I believe there are some things she will like.
Pipat - blogger

HanK กล่าวว่า...

สุดยอดมากครับ

เริ่มตอนนี้ก็ยังไม่สาย

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอบคุณมาก ๆ อีกครั้งและอีกครั้งคะ สำหรับความรู้ในเว็บไซต์นี้ ยอดเยี่ยมมากค่ะ