วันพฤหัสบดีที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2553

[1389]เรียนภาษาอังกฤษกับ Bangkok Post(รับรองผล)

สวัสดีครับ
ผมเริ่มอ่านหนังสือพิมพ์ Bangkok Post มาตั้งแต่อยู่มหาวิทยาลัย ปี 1 นับจนถึงปัจจุบันก็อ่าน Bangkok Post มากว่า 30 ปีแล้ว สามารถพูดได้ว่าทักษะภาษาอังกฤษที่ผมมีอยู่ทุกวันนี้ส่วนใหญ่ก็ได้มาจากการอ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษฉบับนี้ จะพูดว่า Bangkok Post เป็นครูสอนภาษาอังกฤษของผมก็ไม่ผิด

บางท่านอาจจะเห็นว่า อ่าน Bangkok Post ก็ได้แค่ reading skill ส่วนทักษะอื่น ๆ คงไม่ค่อยได้ อันนี้ผมขอเถียงครับ เพราะว่า reading skill ที่ได้รับจากการอ่านนี้จะเป็นพื้นฐานที่ดีมากต่อการฝึกฝนอีก 3 ทักษะที่เหลือ คือ การเขียน การฟัง และการพูด เรื่องนี้ผมขอยืนยัน ส่วนเรื่องศัพท์ แกรมมาร์ ความสามารถในการตีความและทำความเข้าใจ นี่ไม่ต้องพูดถึงเลยครับ เพราะมันจะตามมาเอง และแม้บางครั้งอาจจะตามมาช้าไม่ทันใจ แต่ผมขอรับรองว่าทักษะที่เราหว่านฝึกไว้และพรวนดินรดน้ำใส่ปุ๋ยอยู่เสมอ จะงอกงามเติบโตออกดอกออกผลให้เราชื่นใจแน่นอน ขอยืนยันครับ

ถ้าท่านไปที่แผงหนังสือ และจ่ายเงิน 30 บาทซื้อ Bangkok Post 1 ฉบับ ท่านได้อ่านอะไรบ้าง มีดังต่อไปนี้ครับ
-section หลัก (ข่าวทั่วไป) มี 12 หน้า ประกอบด้วย: หน้าแรก 1 หน้า, National 2 หน้า, World 4 หน้า, Opinion & Analysis 2 หน้า, Sports 3 หน้า
-section Business มี 10 หน้า ประกอบด้วย: หน้าแรก 1 หน้า, National 2 หน้า, World 2 หน้า, หุ้น-การเงิน-การเงิน-ทุน-บริษัท 5 หน้า
-section Classified (โฆษณาแยกประเภท) 12 หน้า
-Outlook (สารคดีที่น่าสนใจ) 8 หน้า
-Horizons (ท่องเที่ยว) 6 หน้า
-My Life (เรื่องชีวิต ครอบครัว – รายสัปดาห์) 16 หน้า
รวมทั้งหมด 48 หน้า (ไม่รวม My Life) ต่อราคา 30 บาท

โดยส่วนตัวผมรู้สึกว่าคุ้มค่ามาก ๆ แม้ว่าผมมักจะไม่ค่อยได้อ่านบางหน้าก็ตาม เช่น section Business และ section Classified นับเฉพาะหน้าที่อ่าน คือ 26 หน้า ต่อ 30 บาทก็ยังคุ้มอยู่นั่นเอง

มีเพื่อนบางคนบอกผมว่า ซื้อ Bangkok Post มาอ่านนี่คุ้มค่ามาก เพราะ 1 ฉบับอ่านได้ตั้ง 1 เดือนกว่าจะจบเล่ม (ฮา) (Bangkok Post เป็นหนังสือพิมพ์รายวัน) อย่างนี้ถ้ามองในแง่เศรษฐกิจก็คุ้มค่าอยู่เหมือนกัน เพราะเสียเงินแค่ 30 บาทก็มีหนังสือพิมพ์ให้อ่านฝึกภาษาอังกฤษนานตั้งเดือน แต่ถ้ามองในแง่การติดตามข่าวก็คงไม่ไหวแน่ เพราะต้องทนอ่านข่าวเก่าตลอดเดือน

ในเรื่องนี้ผมมีคำแนะนำง่าย ๆ อย่างนี้ครับ ถ้าการเสียเงินวันละ 30 บาทเพื่อซื้ออุปกรณ์การฝึกภาษาอังกฤษ 1 ฉบับไม่ทำให้ท่านเดือดร้อน ก็ควักเงินซื้อไปเถอะครับ และอีกอย่างหนึ่งการเสียเงินก็มีประโยชน์ตรงที่ถ้าซื้อแล้วไม่อ่านก็จะรู้สึกเสียดายเงิน เลยต้องบังคับตัวเองให้อ่าน และก็จะเก่งภาษาอังกฤษขึ้นเรื่อย ๆ

แต่ถ้าเจอปัญหาว่าอ่านไม่จบเพราะอ่านยังไม่คล่องจึงอ่านได้ช้า ผมขอแนะนำให้อ่านทำอย่างนี้ครับ
1.ตัด section ที่ไม่อยากอ่านทิ้งไปเลย อย่างผมนี่ก็ไม่อ่าน section Business, section Classified และมักอ่านเพียง section ที่ชอบมากจริง ๆ คือ section หลัก(ข่าวทั่วไป) และ Outlook (สารคดี) รวมแล้วไม่เกิน 20 หน้า
2.ถ้าวันไหนไม่มีเวลา ในแต่ละข่าวก็อ่านเพียงพาดหัวข่าวและย่อหน้าแรกซึ่งเป็นสรุปข่าว และพยายามอ่านให้ครบทุกข่าว ถ้าวันไหนมีเวลาเยอะก็พยายามอ่านให้รู้เรื่อง 100% ถ้างานยุ่งมีเวลาน้อยก็พยายามใช้พยายามใช้สมาธิอ่านให้ครบทุกคำในย่อหน้าแรก รู้เรื่องแค่ไหนก็แค่นั้น

แต่ผมขอเน้นนะครับว่า สำหรับท่านที่มีเวลาน้อยสำหรับการศึกษาภาษาอังกฤษ ขอให้ใช้สมาธิให้มากในขณะที่อ่าน (หรือฟัง-พูด-เขียน) เพราะเราจะเก็บอะไรได้เยอะโดยที่เราอาจจะไม่รู้ตัว เช่น ได้จำสไตล์การแต่งประโยค เมื่อพบศัพท์ใหม่ก็ได้เดาความหมายและตีความเนื้อเรื่อง เก็บเป็นทักษะสะสมไปเรื่อย ๆ และขอเน้นเป็นครั้งที่ 3 ครับว่าต้องอ่านด้วยใจที่เป็นสมาธิ (ไม่ใช่ตาอ่าน-แต่หูฟังสิ่งอื่น) ไม่นานหรอกครับจะพบว่าท่านจะอ่านได้รู้เรื่องมากขึ้น ๆ และมีกำลังใจมากขึ้น ๆ เช่นกัน

ปัญหาที่ผมพบก็คือเรื่องไม่รู้ศัพท์ เรื่องนี้ ขอให้พยายามเดามาก ๆ, เดาก่อนเปิดดิก, และอย่าเปิดดิกบ่อยเกินไป, เปิดดิกเฉพาะเท่าที่จำเป็น เช่น ถ้าไม่รู้คำนั้นจะทำให้อ่านต่อไปไม่รู้เรื่อง หรือเข้าใจผิดเนื้อเรื่อง อย่างนี้เปิดดิกได้

ในบล็อกนี้ผมโชคดีอยู่อย่างหนึ่ง มีท่านผู้อ่าน ได้มอบคำศัพท์พร้อมคำแปลภาษาไทย จำนวน 8,712 คำ ที่รวบรวมได้จากการอ่าน Bangkok Post ท่านเอาไปใช้ได้เลยครับ
คลิกดาวน์โหลด
http://www.4shared.com/file/222973008/a6e834c6/_Bangkok_Post.html

คราวนี้มาถึงข้อที่บางท่านไม่อยากจะเสียเงินซื้อ Bangkok Post ทุกวันเพราะรู้สึกว่าไม่คุ้ม ผมก็ขอแนะนำให้ท่านอ่านจากเว็บไซต์ ซึ่งมี 2 เว็บดังนี้ครับ
เว็บที่ 1 คือ http://www.readbangkokpost.com/
เว็บนี้จะช่วยสร้างความพร้อมให้แก่ท่านในการอ่านหนังสือพิมพ์ Bangkok Post ผมเคยเขียนแนะนำเว็บนี้ไว้แล้วที่ลิงค์นี้
http://intereladsd.blogspot.com/2007/01/39.html

เว็บที่ 2 ก็คือเว็บของหนังสือพิมพ์ Bangkok Post: http://www.bangkokpost.com/
โดยที่ถ้าหากท่านยังต้องการทำตามคำแนะนำที่ผมว่าไว้ข้างต้น คือ อ่านทุกข่าว ๆ ละ 1 ย่อหน้าแรก ก็สามารถทำได้

ก่อนอื่นผมขอแนะนำโครงสร้างของเว็บสักเล็กน้อย เพื่อการฝึกอ่านแบบที่ว่านี้ อย่างนี้ครับ
เมื่อท่านเข้าไปที่เว็บ http://www.bangkokpost.com/

ที่ด้านบนของหน้า บรรทัดแรกที่เป็นแถบ menu ท่านจะเห็นให้เลือกคลิกอ่านดังนี้
News-business-opinion-feature-travel-leisure-entertainment-auto-life-tech-Job-Forum-Classifieds

และบรรทัดถัดไป มีแถบปุ่มข่าวให้เลือกคลิก ดังนี้
Local news-Politics-Security-Crimes-Transport-Health-Sports-Asia-World-Investigative report-Judgement

นี่คือแถบปุ่มข่าวให้ท่านคลิกเลือกอ่านตามความพอใจ คือ
Local news- ข่าวในประเทศ
Politics- ข่าวการเมือง
Security- ข่าวความมั่นคง
Crimes- ข่าวอาชญากรรม
Transport- ข่าวการขนส่ง
Health- ข่าวสุขภาพ
Sports- ข่าวกีฬา
Asia- ข่าวเกี่ยวกับประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย
World- ข่าวประเทศต่าง ๆ ในโลก
Investigative report- ข่าวที่เป็นรายงานการสืบสวนสอบสวน
Judgement - ข่าวพิพากษาอดีตนายกฯ ทักษิณ (ในอนาคต ปุ่มนี้อาจจะไม่มี)

ถึงตรงนี้ผมคิดว่า ใน 11 ปุ่มนี้ ท่านผู้อ่านคงจะพอรู้แล้วว่า ท่านจะเลือกคลิกปุ่มข่าวใดที่ท่านสนใจเป็นปุ่มแรก
Local news-Politics-Security-Crimes-Transport-Health-Sports-Asia-World-Investigative report-Judgement

สมมุติว่า ท่าคลิกปุ่ม Politics (ข่าวการเมือง)
ท่านก็จะเจอ ดังนี้

บรรทัดแรก News » Politics

ถัดลงไปก็จะเจอ 2 กรอบ คือ
กรอบที่ 1 - Latest Updated
เขาจะเอา 2 ข่าวล่าสุดเกี่ยวกับ Politics มาลง

กรอบที่ 2 - All Stories
เขาจะเอาทุกข่าวในวันนี้ที่เกี่ยวกับ Politics มาลง โดยเรียงลำดับจากข่าวล่าสุด ตามลงไปด้วยข่าว Politics ที่ย้อนหลังไปเรื่อย ๆ แต่ะข่าวมีสรุปข่าวของย่อหน้าแรกเพียงย่อหน้าเดียว ถ้าท่านต้องการอ่านข่าวเต็ม ก็ให้คลิกที่ลิงค์ชื่อหัวข้อข่าว

และที่ใต้ท้ายข่าวสุดท้าย ท่านจะเจอบรรทัดนี้
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 Next Last
ซึ่งท่านสามารถคลิกเพื่ออ่านข่าวประเภท Politics ย้อนหลังไปเรื่อย ๆ ซึ่งรวมทั้งข่าววันก่อน ๆ ด้วย (การอ่านข่าวย้อนหลังภาษาอังกฤษมีข้อดีตรงที่ว่า เราจะเดาศัพท์ และเดาเนื้อเรื่องได้ง่าย เพราะเป็นข่าวที่เราได้ยิน ได้อ่านมาแล้ว ในหนังสือพิมพ์ภาษาไทย)

และเมื่อท่านต้องการอ่านข่าวประเภทอื่นบ้าง ก็เลื่อนขึ้นไปคลิกที่แถบนี้อีกครั้ง
Local news-Politics-Security-Crimes-Transport-Health-Sports-Asia-World-Investigative report-Judgement

ในกรณีที่ต้องการเปิดดิก ไปที่นี่ครับ
ดิก อังกฤษ - ไทย: http://dict.longdo.com/
ดิก อังกฤษ – อังกฤษ: http://www.wordwebonline.com/

ท่านผู้อ่านครับ เมื่อดูแบบสอบถามในบล็อกนี้ (ที่บรรทัดแรก คอลัมน์ซ้ายของหน้าบล็อก) ในประเด็น ในการฝึกภาษาอังกฤษ ข้อใดที่ตรงกับท่าน มีผู้ตอบดังนี้ครับ (18 มีค 2553)
-ไม่ค่อยมีเวลาเรียน 22 %
-ไม่ค่อยมีพื้น ทำให้เรียนเพิ่มเติมด้วยตัวเองได้ยาก 24 %
-ไม่ค่อยมีกำลังใจ หรือท้อแท้ที่จะเรียน 17 %


ถ้าท่านเป็นผู้หนึ่งที่ตอบหรือจะตอบหนึ่งใน 3 ข้อนี้ ผมขอเรียนแบบกำปั้นทุบดิน แต่ด้วยความจริงใจอย่างยิ่งว่า
-ถ้าไม่ค่อยมีเวลาเรียน... ก็พยายามเถอะครับที่จะหาเวลาเรียนให้เจอ
-ถ้าไม่ค่อยมีพื้น ทำให้เรียนเพิ่มเติมด้วยตัวเองได้ยาก… ก็ค่อย ๆ เรียนเพิ่มพื้นไปเรื่อย ๆ ก็ได้ครับ ไม่สายหรอกครับที่จะเริ่มเรียน ไม่ว่าเราจะอายุเท่าใดหรืออยู่ในสภาพใดก็ตาม
-ถ้าไม่ค่อยมีกำลังใจ หรือท้อแท้ที่จะเรียน... ก็พยายามเถอะครับที่จะเป็นกำลังใจให้ตัวเอง เรียนไปทั้ง ๆ ที่เหนื่อยและท้อนี่แหละครับ เพราะเมื่อเราทำได้กำลังใจก็จะเกิดขึ้นเอง และเมื่อถึงเวลานั้น เราไม่เพียงแค่เป็นกำลังใจให้ตัวเองเท่านั้น แต่ความสำเร็จของเราจะช่วยให้คนรอบข้างและผู้อื่นมีกำลังใจที่จะทำสิ่งดี ๆ ตามไปด้วย

คนที่มีแรงก็เพราะออกแรงอยู่เรื่อย ๆ คนที่มีกำลังใจก็เพราะฝืนใจทำสิ่งที่ดีงามอยู่เรื่อย ๆ เมื่อทำได้ก็จะได้รับกำลังใจจากใจตัวเองเป็นรางวัลตอบแทน... และผมเชื่อว่าทุกท่านสามารถทำได้... เชื่อว่าทุกท่านสามารถตั้งใจได้

พิพัฒน์
GemTriple@gmail.com

7 ความคิดเห็น:

อยากให้หลานเรียนหมอ กล่าวว่า...

เรียน คุณpipat - blog writer

หลานผมสอบเข้า ม.1 รร.สตรีวิทยา 2 ห้อง EP (ห้องพิเศษ english program) ได้
แต่คะแนนอังกฤษค่อนข้างต่ำ

โดยเฉพาะสอบรอบ 2 ที่คะแนนเต็ม 20 คะแนน ประกอบด้วย สัมภาษณ์ภาษาอังกฤษ 10 คะแนน
และเรียงความภาษาอังกฤษ 10 คะแนน ผลสอบได้ ประมาณ 10-11 คะแนน
คนที่ได้คะแนนสูงสุดได้คะแนน 19 จุดกว่า ๆ เรียกว่าเกือบเต็ม

แสดงว่าหลานผมอ่อนการฟัง การพูดภาษาอังกฤษ การเขียนภาษาอังกฤษ

คำถามครับ

อยากให้หลาน(อายุ 13 ปี)เป็นหมอ

1. ผมจึงอยากนำพวก โทเฟิลให้หลาน เรียนตั้งแต่ตอนนี้เลย จะหนักเกินไปหรือเปล่าครับ
ขอข้อคิดเห็นและคำแนะนำจาก คุณpipat ด้วย

2. ถ้าเหมาะสม มีเว็บหรือซีดีที่เป็นของไม่ฟรีและฟรีเกี่ยวกับ โทเฟิล ไหมครับ ถ้ามีรบกวนช่วยบอกด้วย

3. ไม่ทราบว่ามี ซีดีภาษาอังกฤษ ฟัง พูด อ่าน เขียน โดยเน้น ฟัง พูด เขียน ระดับกลางและสูง ที่เป็นของไม่ฟรีและฟรี ไหมครับ
ถ้ามี รายละเอียด เช่น ราคา การซื้อ หาได้ที่ไหน

ขอบคุณครับ

Pipat กล่าวว่า...

ตอบคุณ อยากให้หลานเรียนหมอ

ข้อสอบ Toefl: http://tinyurl.com/yfq6yus

หลากหลายข้อแนะนำ: http://freeenglishstudy.blogspot.com/2007/05/blog-post_3914.html

ฟัง: http://freeenglishstudy.blogspot.com/2007/05/listening.html

พูด: http://freeenglishstudy.blogspot.com/2007/05/blog-post_3537.html

อ่าน: http://freeenglishstudy.blogspot.com/2007/05/reading.html

เขียน: http://freeenglishstudy.blogspot.com/2007/05/writing.html

พิพัฒน์ - blogger

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

สวัสดีค่ะอาจารย์พิพัฒน์
อาจารย์สบายดีหรือเปล่าคะ ถึงแม้จะไม่ค่อยได้เขียนมาคุยกับอาจารย์แต่ยังคงติดตามงานเขียนทุกวันค่ะอาจารย์จั่วหัวเรื่องได้ประทับใจจังค่ะ(รับรองผล) หลายปีก่อนเจอเว็บของอาจารย์ตอนเปะปะ ค้นหาใน google ไปพบ read bangkok post ดูเหมือนว่ามี link ของอาจารย์อยู่ด้วย มีอยู่ระยะหนึ่งงานยุ่งมากไม่ค่อยเข้าไปอ่าน พอเข้าไปอีกครั้งก็ไม่พบเสียแล้ว ค้นไปค้นมา ก็มาก็พบใน web e4thai รู้สึกว่าไม่ได้เรียนหรือค้นหาการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเองเพียงลำพังงอย่างหลายปีก่อน ส่วน enlish for you ที่อาจารย์กรุณานำมา post ไว้ ดีจริง ๆ เลยค่ะ เพราะว่าเค้าสอนวัฒนธรรม ความแตกต่าง ของคนไทยกับชาวตะวันตกด้วย ช่วยทำให้ลดอาการปล่อยไก่ได้เยอะเลย ขณะนี้ได้เรียนด้วยตนเองไปเรื่อย ๆ ถึงบทที่ 21 แล้วค่ะ ทุรกันดารเล็กน้อยอาศัยว่าช่วงว่างจากงานก็หยิบมาฟัง มาอ่าน อาหารเสริม ก็ เพิ่งจะมีใจกล้าอ่าน bangkok post(แต่ก่อนอ่าน read bangkok post ฉีดวัคซีนไปเรื่อยๆ) เลือกหัวข้อที่ชอบอ่านที่ไม่ยากนัก ตามด้วยผลไม้หนังสือสำหรับเด็ก ของอนุบาลบ้าง ของเด็กโตบ้างสลับกันไปที่อาจารย์นำมา post เอาไว้ค่ะ :O)
รุ่งฤทัย

Pipat กล่าวว่า...

คุณรุ่งฤทัยครับ
ผมอยากให้คนอื่น ๆ เรียนภาษาอังกฤษอย่างคุณร่งฤทัยนี่แหละครับ คือ เหมือนกับการเดินทาง เดินไปเรื่อย ๆ เร็วบ้าง ช้าบ้าง พักบ้าง แต่ไม่หยุดเดิน และสามารถมีความสุขในทุกก้าวที่เดินไป ไม่ใช่ต้องรอให้ถึงที่หมายจึงค่อยมีความสุข ดูเหมือนคุณจะพบวิธีเรียนที่เหมาะกับตัวเองแล้ว ผมดีใจด้วยครับ
พิพัฒน์ - blogger

อยากให้หลานเรียนหมอ กล่าวว่า...

เรียน อาจารย์พิพัฒน์

ขอบคุณที่ทำลิงค์เว็บโทเฟิล และลิค์เว็บฟัง พูด อ่านเขียน หลากหลายข้อแนะนำ ให้ครับ

เป็นประโยชน์ครับ

ขอบคุณครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอขอบพระคุณอาจารย์มากๆๆๆๆค่ะที่สละเวลาและทุ่มแรงกายแรงใจอย่างมากในการเขียนบล็อกนี้
มีประโยชน์ทุกอย่างเลยค่ะ เสียดายดิชั้นเพิ่งมาเจอเมื่อเดือนที่แล้ว แต่เข้ามาอ่่านมาหาข้อมูลเกือบทุกวันเลยค่ะ เดี๋ยวกะจะส่งลิ้งค์ไปให้หลานที่กำลังเรียนมัธยม
ขอผลบุญจากการให้ความรู้ต่างๆเหล่านี้ส่งผลให้อาจารณ์และครอบครัวมีความสุข อายุ วรรณะ สุขะ พละค่ะ

-คนไทยไกลบ้าน-

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เชื่อมั่นเหลือเกินค่ะว่าเว็บไซท์นี้ช่วยเสริมสร้างทักษะภาษาอังกฤษของทุกคนให้ดีขึ้นแน่นอน!!

ขอบพระคุณอาจารย์พิพัฒน์ที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจทำเว็บไซท์ดีๆเป็นวิทยาทานให้แก่พวกเรา ข้อคิดและคำแนะนำต่างๆของอาจารย์สร้างแรงบันดาลใจให้มากมายเลยค่ะ

ขอให้อาจารย์และครอบครัวมีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง ประสบแต่ความสุขความเจริญยิ่งๆขึ้นไปค่ะ

-เด็กหลงทาง-