วันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

[864] ขอคุยก่อนลาพักงาน 10 วัน

สวัสดีครับ
ผมจะไม่เจอท่านผู้อ่าน 10 วัน คือผมมีงานที่ต้องไปมาเลเซียวันที่ 10 – 19 พ.ย.นี้ ฉะนั้นวันนี้อนุญาตให้ผมคุยอะไรสักนิดหน่อยแล้วกันนะครับ

ผมรู้สึกคิดถึงท่านผู้อ่านครับ ถ้าถามว่าคิดถึงยังไง เพราะถ้าไม่นับเพื่อนที่ทำงานบางคนที่อ่านบล็อกนี้ ผมก็ไม่เคยเห็นหน้าท่านผู้อ่านเลย คำถามนี้ตอบให้เหมือนใจได้ยากจริง ๆ ครับ รู้แต่ว่าใน 2 ปีที่เขียนบล็อกนี้ ทุกนาทีที่นั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์และใช้ 2 นิ้วชี้เคาะแป้นเพื่อพิมพ์ข้อความ ผมก็คิดถึงท่านผู้อ่าน แต่มิได้คิดถึงว่ามีหน้าตาอย่างนั้นอย่างนี้ ทว่าคิดถึงด้วยความรู้สึกอบอุ่นใจและใกล้ชิดแม้จะไม่ได้รู้จักชื่อและไม่ได้เห็นหน้า ประโยคบอกเล่าที่เพิ่งเขียนจบนี้ก็ยังสื่อความรู้สึกได้ไม่ถึงครึ่งใจ

มีบางคนถามผมว่า ทำบล็อกอย่างนี้ได้อะไรบ้าง ผมตอบว่าไม่ได้อะไร แล้วก็สำนึกภายหลังว่าตอบผิด เพราะสิ่งที่ผมทำนี้มีศัพท์ฝรั่งเรียกว่า labour of love ทำแล้วให้ความสุขใจเป็นสิ่งตอบแทน

อันที่จริงผมก็ไม่ได้ทำอะไรมาก ผมเพียงแต่ไปหามาว่าเว็บดี ๆ นั้นมีอยู่ที่ไหน แล้วก็เอามาแนะนำท่านผู้อ่าน ถ้าท่านผู้อ่านเข้าไปใช้เว็บใดแล้วรู้สึกว่าดีมีประโยชน์ ก็ขอให้ขอบคุณเจ้าของหรือ webmaster เว็บนั้นก่อนแล้วกันครับ ถ้าเปรียบเหมือนอาหาร เขาเหล่านั้นก็เป็นคนออกเงินซื้อวัสดุและเป็นคนปรุงอาหาร ส่วนผมก็แค่ยกมาเสิร์ฟท่านเท่านั้นเอง ภาษาอังกฤษเรียกว่า waiter หรือพนักงานเสิร์ฟ หรือเรียกว่า บ๋อย ก็ได้ครับ เพราะฉะนั้น ผมเป็น Blog Master ก็คือเป็น บ๋อยเสิร์ฟเว็บ ให้ท่านผู้อ่านเท่านั้นเองครับ แต่ก็มีความสุขครับที่ได้ทำหน้าที่เล็ก ๆ น้อย ๆ ตามสมควรแก่อัตภาพเช่นนี้

2 ปีที่เป็นบ๋อยเสิร์ฟเว็บนี้ ผมได้พบอะไรบางอย่าง ก็คือว่า เว็บนี้ชื่อว่า “เรียนภาษาอังกฤษผ่านเน็ต ฟรี” นั่นคือท่านจะต้อง “เรียนด้วยตนเอง” ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า “self–study” แต่ความสามารถในการเรียนด้วยตนเองของท่านผู้อ่านหลากหลายมากครับ อย่างน้อยก็ต่างกัน 3 เรื่อง คือ (1) ความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์ – บางท่านก็ใช้ได้อย่างคล่องแคล่ว แต่บางท่านมีปัญหา เช่น ดาวน์โหลดหรือ save ไฟล์ก็ไม่เป็น, แตกไฟล์ zip ก็ไม่เป็น, ติดตั้งไฟล์โปรแกรมก็ไม่เป็น, พบตัวอักษรเป็นตัวยึกยือก็ encode ไม่เป็น ฯลฯ [คลิกอ่านคำแนะนำที่ 1 และ 2 ] (2) พื้นฐานภาษาอังกฤษ – บางท่านสามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งเว็บฝรั่งและเว็บไทย บางท่านต้องเป็นเว็บไทยเท่านั้น เพราะอ่านเว็บฝรั่งไม่ค่อยเข้าใจ (3) ความสามารถในการ search หรือค้นหาเรื่องที่ต้องการจากบล็อกนี้ บางท่านแม้เรื่องนั้น ๆ จะมีอยู่ในบล็อกนี้แล้ว แต่หายังไง ๆ ก็ไม่เจอ(หรือขี้เกียจหา?) แต่บางท่านก็หาได้อย่างสะดวกสบาย [คลิกอ่านคำแนะนำ ที่นี่ ]

เรื่องของเรื่องก็คือ ผมรู้สึกว่าตนเองเป็นคนมีความสุขและโชคดี และอยากจะแบ่งปันความรู้สึกเช่นนี้ให้ท่านผู้อ่านบ้าง ผมไม่รู้เหมือนกันว่าความรู้สึกพื้นฐานเช่นนี้เกิดจากอะไร รู้แต่ว่าผมไม่ค่อยมีความรู้สึกร้อนอกร้อนใจอะไรในชีวิตมากนัก มีงานประจำก็ทำไปให้มันดีที่สุด ว่างจากงานประจำและอย่างอื่นก็มานั่งคุยกับท่านผู้อ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์นี่แหละครับ ส่วนที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนมีโชคดีในชีวิตก็อาจจะเป็นอย่างนี้ก็ได้ครับ คือแม้ว่าตอนเด็กพ่อแม่ของผมจะเป็นคนจนหาเช้ากินค่ำ และคนจนก็ต้องเจอกับเรื่องร้าย ๆ บ้างเป็นธรรมดา แต่ผมมองใจตัวเองอยู่เรื่อย ๆ และก็เห็นว่า ผมไม่ใช่คนมองโลกในแง่ร้าย โลกนี้มีความดีความงามเยอะแยะให้เรามอง ไม่มีประโยชน์หรือ make sense เลยที่มัวแต่จ้องมองเรื่องร้าย ๆ ในชีวิต ผมก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าพ่อแม่ของผมสอนผมยังไงในเรื่องนี้ แต่ท่านต้องสอนแน่ ๆ เพียงแต่ผมยังนึกไม่ออกเท่านั้นเองว่าท่านสอนยังไงให้เป็นคนมองโลกในแง่ดี

มานั่งนึกอีกที นี่อาจจะเป็นสาเหตุที่ผมมักจะเรียนท่านผู้อ่านว่า ถ้าท่านเห็นประโยชน์ของภาษาอังกฤษก็พยายามฝึกไปเถอะครับ และก็ไม่ต้องร้อนรนใจในขณะที่ฝึก ฝึกไปเรื่อย ๆ มันก็จะค่อย ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ เองแหละ นี่ผมคงจะเอาความรู้สึกลึก ๆ ส่วนตัวมาเขียนคุยกับท่านผู้อ่านโดยที่ผมเองไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเขียนเรื่องอะไรพอเขียนไปเขียนมาสักพักก็จะย้อนกลับมาเขียนทำนองนี้ทุกที ดู ๆ ไปแล้วก็น่าขำดี ท่านผู้อ่านอย่าเพิ่งเบื่อนะครับ ผมก็เป็นอย่างนี้แหละ

หลายปีมาแล้วสมัยที่ยังเป็นนักศึกษา ผมเคยอ่านพบว่าในพระไตรปิฎกในส่วนที่เป็นคำตรัสของพระพุทธเจ้านั้น พระพุทธเจ้าท่านเปรียบบุคคลเหมือนบัว 3 เหล่า คือ 1. อุคฆฏิตัญญู – ผู้รู้เข้าใจได้ฉับพลัน เพียงได้ฟังแค่หัวข้อธรรมะที่ท่านยกขึ้นแสดงก็เข้าใจทันที 2. วิปจิตัญญู – ผู้รู้เข้าใจต่อเมื่อท่านขยายความ และ 3. เนยยะ – ผู้ที่พอจะแนะนำต่อไปได้ พระพุทธเจ้าไม่เคยเปรียบบุคคลเหมือนบัวเหล่าที่ 4. คือ ปทปรมะ – คือคนที่สอนยังไงก็ไม่เข้าใจ บัวเหล่าที่ 4 นี้เป็นสิ่งที่อาจารย์รุ่นหลังเติมเข้าไปเอง และต่อมาก็มีการเหมาเอาดื้อ ๆ ว่า พระพุทธเจ้าเปรียบบุคคลเหมือนบัว 4 เหล่าซึ่งศัพท์เทคนิคเขาเรียกเหตุการณ์อย่างนี้ว่าเป็นการ “กล่าวตู่พุทธพจน์”

ครั้งแรกที่ผมได้อ่านข้อความเช่นนี้ที่พระพุทธเจ้าแบ่งบุคคลออกเป็นบัวแค่ 3 เหล่า ไม่มีบัวเหล่าที่ 4 คือคนที่สอนยังไงก็ไม่ขึ้น มันรู้สึกเต็มตื้นขึ้นมาในหัวใจและรู้สึกว่า คนเราเมื่อเกิดมาแล้ว ไม่ว่าจะเจอกับเรื่องที่ยากแค่ไหน หากมีความพยายามทำดีไม่ลดละมันก็ต้องได้ดีแน่ ๆ อาจจะเป็นเพราะความเชื่อฝังใจเช่นนี้กระมังครับที่บางครั้งดูเหมือนผมพยายามเขียนให้กำลังใจท่านผู้อ่าน แต่จริง ๆ แล้วที่ผมเขียนอย่างนั้นเพราะผมเชื่อจริง ๆ อย่างนั้น ไม่ได้เขียนเพราะจงใจจะให้กำลังใจท่านผู้อ่าน แต่เขียนเพราะความจริงมีอยู่ว่า คนทุกคนมีใจ และใจนั้นมีกำลัง ขออย่างเดียวเท่านั้นแหละ คือ ขอให้เราออกกำลังใจอยู่เรื่อย ๆ ใจก็จะมีกำลังและแข็งแรง

ผมชอบยกเอาสำนวนของโกวเล้งนักเขียนอมตะนิยายจีนกำลังภายใน ที่บอกว่า “ฟ้าไม่รานน้ำใจคนพยายาม” แต่ผมก็เชื่อเช่นนี้จริง ๆ เชื่อว่าถ้าท่านผู้อ่านรักที่จะเรียนภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นการฟัง – พูด – อ่าน – เขียน ถ้าพยายามไม่ลดละฟ้าก็จะไม่ละรานท่าน แต่ฟ้าก็ชอบเอาความยากมาลองใจผู้คนว่าเอาจริงหรือเปล่า ถ้าเอาจริงก็จะเป็นจริงอย่างที่บางคนพูดไว้ “ฟ้ามิอาจกั้น”

ย้อนกลับพูดเรื่องที่ผมบอกว่าตัวเองเป็นคนโชคดีในชีวิต เมื่อมานั่งนิ่งเงียบ ๆ นึกย้อนหลัง ก็ได้ข้อสรุปว่า สิ่งที่เป็นโชคดีที่สุดในชีวิตคือการที่ผมได้เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผมไม่รู้ว่าธรรมศาสตร์เดี๋ยวนี้เป็นอย่างไร แต่บรรยากาศของสถาบันที่ท่าพระจันทร์เมื่อประมาณ 25 ปีที่แล้วเป็นบรรยากาศในอุดมคติของผมจริง ๆ ผมไม่รู้สึกว่าต้องรีบเรียนให้จบ จึงใช้เวลาที่รั้วท่าพระจันทร์ 5 ปีแทนที่จะเป็น 4 ปีตามปกติ ยังจำได้ถึงป้ายและสติกเกอร์ที่ติดตามตึกต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีกิจกรรมนักศึกษา เช่น “ที่นี่คือดินแดนแห่งเสรีภาพทุกตารางนิ้ว” หรือ “ฉันรักธรรมศาสตร์เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน” ณ วันนี้ห่างจากวันนั้นเนิ่นนานพอควร แต่ผมก็คงจะหาอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำไปเรื่อย ๆ เพื่อใช้หนึ้ประชาชน นักศึกษารุ่นเราถูกธรรมศาสตร์สอนว่า เราเป็นหนี้ประชาชน และเราก็เชื่ออย่างที่เราถูกสอน

การได้รู้ได้เห็นอะไรมากกว่า 1 อย่างนี่มันก็มีประโยชน์ดีเหมือนกันนะครับ เมื่อเรียนจบผมได้ทำงานในชนบท 10 ปี นี่คือช่วงเวลาของการรู้จักเมืองไทยอย่างแท้จริง รู้จักว่าความจน ความลำบากของผู้คนในต่างจังหวัดเป็นอย่างไร และพร้อมกันนั้นก็รู้จักความงดงามของพื้นที่และจิตใจของผู้คน หลังจากนี้ผมได้ย้ายเข้ามาทำงานในกรุงเทพจนถึงวันนี้ประมาณ 15 ปี เมื่อเห็นคนชนบทโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนอีสานที่มาทำงานในกรุงเทพ หรือที่ไปทำงานและผมได้ไปพบปะพูดคุยในต่างประเทศ ในใจมันไม่ได้รู้สึกห่างเหินเลยครับ คนเหล่านี้ก็คือคนที่ผมไปกินไปนอนด้วยในช่วง 10 ปีที่ใช้ชีวิตในชนบท ผมคงโชคร้ายถ้าไม่มีช่วงเวลา 10 ปีในชนบท มันเป็นช่วงเวลาของการศึกษาเมืองไทยอย่างแท้จริง

และเมื่อโชคอนุญาตให้ผมได้เดินทางไปประชุม อบรม ดูงาน และท่องเที่ยวในอีกประมาณ 30 ประเทศ แม้จะเป็นประเทศละนิดละหน่อย ผมก็อดไม่ได้ที่จะนึกเปรียบเทียบประเทศเหล่านั้นกับเมืองไทย ความรู้สึกเด่นที่สุดที่เกิดขึ้นก็คือ ถ้าผมมีบุญได้เกิดอีกครั้ง ผมก็จะขอเกิดเป็นคนไทย เกิดมาเพื่อรับรู้ทุกข์ ๆ สุข ๆ อย่างไทย ๆ เรานี่แหละ เมืองไทยจะน่าอยู่อีกเยอะถ้าคนไทยเราช่วยกันทำให้มันน่าอยู่มากกว่านี้

โลกทุกวันนี้ภาษาอังกฤษมีความสำคัญมากขึ้นและมากขึ้น เทคโนโลยีและนวัตกรรมหลายอย่างทำให้โลกนี้กลายเป็นโลกไร้พรมแดน การรู้ภาษาอังกฤษช่วยทำให้เราก้าวตามทันโลกที่หมุนเร็วมาก และผมหวังว่าบล็อกนี้จะช่วยท่านผู้อ่านได้บ้างไม่มากก็น้อย ท่านผู้อ่านเชื่อไหมครับ บางครั้งที่ผมไปพบเว็บดี ๆ และเอามาเขียนแนะนำ มีบ้างที่เวลาล่วงเลยไปถึงตี 1 หรือเกือบตี 2 ผมเขียนคุยอย่างมีความสุขและล้มตัวลงนอนอย่างมีความสุข เพราะรู้ว่าในวันรุ่งขึ้นสิ่งที่เอามาแนะนำจะมีประโยชน์ต่อท่านผู้อ่านบางท่าน ถึงแม้วันรุ่งขึ้นจะง่วงนอนในที่ทำงานบ้างก็ไม่เป็นไรครับ สบายมาก ก็อย่างที่เรียนแล้วว่างานที่ทำนี้เป็น labour of love

วันจันทร์นี้ (10 พย.51)ผมจะไปมาเลเซีย 10 วัน คงจะมีอะไรถือกลับมาเล่าให้ท่านฟังบ้างล่ะครับ

พิพัฒน์
pptstn@yahoo.com

30 ความคิดเห็น:

Somsak กล่าวว่า...

ขอขอบพระคุณอาจารย์เป็นอย่างมากที่ได้สร้างบล็อกภาษาอังกฤษที่สร้างประโยชน์แก่ครูผู้สอนภาษาอังกฤษเป็นอย่างมาก ผมเป็นครูที่สอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่งในกทม แต่ก่อนผมสอนนักเรียนตามหนังสือเรียนเท่านั้นมีความรู้สึกว่าเด็กเข้าใจยากเหลือเกิน ผมก็เหนื่อยมากกับการอธิบายแก่เด็ก
ไหนจะโดนฝ่ายบริหารว่าผลคะแนนสอบNTต่ำอีก
ท้อใจมากเหมือนกัน จนได้มาเจอบล็อกของอาจารย์ซึ่งมีความหลากหลายมากที่สุดซึ่งผมสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้มาก และที่สำคัญฟรีอีกตังหาก ขอให้อาจารย์มีความสุขตลอดไปและหาสิ่งที่มีสาระทางภาษาอังกฤษมาแนะนำน้องๆๆครูสอนภาษาอังกฤษทั่วประเทศไทยตลอดไป

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอให้คุณพิพัฒน์ไปมาเลเซียโดยสวัสดิภาพค่ะ
ไม่ใช่แค่คุณพิพัฒน์หรอกนะค่ะที่รู้สึกอบอุ่น
ดิฉันเองก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน
เวลาเข้ามาเว็บนี้ทีไร ก็เหมือนมีครูคอยสอน
มีคนคอยช่วยเหลืออยู่เสมอเลยค่ะ

ชอบที่คุณพิพัฒน์ยกสุภาษิต
"ฟ้าไม่รานน้ำใจคนพยายาม" อ่านแล้วรู้สึกดีค่ะ
แล้วจะรอคุณพิพัฒน์กลับมาเขียนบทความดีๆต่อ

pairoj กล่าวว่า...

เดินทางโดยสวัสดิภาพนะครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ถ้าขอพรได้จริง ก็อยากขอให้ความดี จงช่วยคุ้มครองเพื่อนที่แสนดี ของเราคนนี้ด้วยเถิด

เราเพื่อนกัน

Nuch & Tor กล่าวว่า...

เดินทางโดยสวัสดิภาพครับ

บุญรักษาครับ

deva กล่าวว่า...

ผมจะช่วยคุณเสิร์ฟเอง

"....บุคคลผู้ปฏิบัติทั้งเพื่อประโยชน์ตนเอง ทั้งเพื่อประโยชน์ผู้อื่น เป็นผู้เลิศ เป็นผู้วิเศษ เป็นประธาน อุดม และเป็นผู้ประเสริฐ.."


ลูกน้องของบ๋อยเสิร์ฟเว็บ
deva@watnai.org

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอให้เดินทางปลอดภัยนะคะ
ขอบคุณสำหรับเว็บดีๆเว็บนี้ค่ะ
และขอเป็นกำลังใจให้เว็บนี้อยู่คู่กับผู้ที่รักในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษค่ะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

My dear Teacher,

you is The teacher really only one,
for me, you to teach new things, more than I used to learn,today I weak and weak, but the following,I must powerful ,you believe me.

pleases The god to protect you.

Thanks very most.

we are friend.

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เดินทางปลอดภัยนะครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

Thank you too much naka , i can speak and write and litsen about english from this website because my english not good i try to learn more and more and now i can speak with farang already naka....^_^

take care and have a good trip naka

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพค่ะ

oldteacher กล่าวว่า...

แม้ว่าจะไม่เคยรู้จักหน้าตา..แต่ก็ยังได้รับความประทับใจจากที่รู้สึกสัมผัสได้จากเจตนาและความมีน้ำใจอันงดงามจากคุณ
สิ่งที่ป้าคนนี้จะให้ได้คืออยากจะขอพรให้สิ่งที่ดี ๆ จงเป็นของคุณค่ะ
oldteacher

โชติ กล่าวว่า...

ครับผม

Damon กล่าวว่า...

วันนี้เป็นวันแรกของผมที่ได้มีโอกาสเข้าเวปนี้โดยบังเอิญ
โดยปกติผมจะหาเวปต่างๆในการฝึกภาษามาโดยตลอด ไม่รู้ว่าพลาดที่นี่ไปได้ยังไง
จากใจจริงผมชอบที่คุณพิพัฒน์ทำทุกสิ่งทุกอย่างให้เกิดขึ้นในนี้ ทำให้ผมอยากให้หลายๆคนที่ใฝ่เรียนภาษาอังกฤษได้เข้ามาสัมผัสเหมือนกับผม
ก็ขอเป็นกำลังใจให้ทำต่อไปนะครับ และขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ โชคดีในทุกๆเรื่องนะครับ
ต่อไปนี้ทุกครั้งที่ผมได้เข้าเนท ผมคงต้องเข้าเวปนี้ตลอดทุกครั้งแล้วละ
ขอบคุณจริงๆครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

Hi,

this here, the house.
he is the owner of the house, but he to be out,I miss you and to remain waiting you to return every breath

we are friends.

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

Hi,

because, at this place we have love.

we have friends.

we are friends.

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

Hi,

How are you to day?
I need to tell you, I miss you evertime.

we are friends.

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

Hi,

everydays, to have the freedom of the house, filled to the full capacity tepidness.

we are friends.

prima กล่าวว่า...

ขอบคุณนะคะ

Best Quality กล่าวว่า...

เดินทางโดยสวัสดิภาพน่ะครับ...

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

Hi,

I miss you too much the houseowner.

we are friends.

chaipat กล่าวว่า...

Bon voyage & safe back to Bangkok krab Ajan.

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

Hi,

how are you to day?

we are friends.

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

Hi,

I've got it! why it that!
thanks.

we are friends.

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

Hi,

not much longer 27 hour not more than to come back home.

to ask a blessing goodness to give protection good person.

we are friends.

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

สวัสดีค่ะ ศิษย์ผู้พี่

Nice to meet you and your blog ค่ะ เสียดายจังที่กว่าที่พี่จะได้อ่านความคิดเห็นนี้ ก็คงกลับจาก Malaysia trip แล้ว คืออยากจะอวยพรก่อนออกเดินทางด้วยน่ะค่ะ ว่า Bon Voyage นะคะ แต่ไม่เป็นไรค่ะ เปลี่ยนเป็นอวยพรให้พี่เดินทางกลับจากมาเลเซียโดยสวัสดิภาพก็คงทัน Have a great trip to Thailand นะคะ

แหม เพิ่งจะมารู้สึกเขินแทนพี่จังค่ะ ที่อยู่ดีๆก็มีใครก็ไม่รู้มาตู่เรียกพี่โดยไม่ได้รับเชิญซะงั้น อิ อิ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ขออนุญาตเรียกอย่างเป็นทางการเลยละกันนะคะพี่

ก่อนที่จะแนะนำตัวเองบ้าง ขอบอกอะไรก่อนนิสนึงนะคะ ว่าไม่อยากจะเชื่อเลยค่ะ ว่าขณะที่เล็กเริ่มต้นอ่านจดหมายที่พี่เขียนถึงพวกเราฉบับนี้ (สารภาพค่ะว่าไม่เคยอ่านฉบับก่อนหน้านี้เลย) เล็กรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก แปลกดีนะคะ มันเป็นความอบอุ่นที่เหมือนได้จากพี่ที่แสนดีคนหนึ่ง ที่คอยเป็นห่วงน้องๆ ที่ถึงแม้พี่จะไม่เคยรู้จักพวกเรา (คนอ่าน)เลย และในความรู้สึกอบอุ่นที่ได้รับนี้ มันดูคุ้นเคย (แต่ไม่มีทางที่จะบังเอิญขนาดนั้นหรอกน่า..อันนี้พูดกับตัวเองค่ะ) ว่าเราอาจจะเป็นพี่น้องกันจริงๆก็ได้ ใช่แล้วค่ะ เล็กรู้สึกได้ถึงความเป็น"ชาวธรรมศาสตร์" จากตัวหนังสือของพี่ ขณะที่รู้สึกอยู่นั้น ก็พยายามคิดว่า ไม่หรอกน่า มหาวิทยาลัยอื่นๆ เค้าก็มีคนดีๆแบบพี่อยู่เหมือนกัน จะมาตู่ว่าคนดีๆที่เราได้เจอ จะต้องมีเลือดสีเดียวกับเราหมดได้งัย เท่านั้นเอง สายตาก็ไปสะดุดกับสิ่งที่พี่เรียกว่า "เป็นโชคดีที่สุดในชีวิตของพี่ คือการได้เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์" เล็กตะโกนออกมาดังๆว่า "BINGO!" คราวนี้พี่พอจะเข้าใจแล้วใช่มั้ยคะว่า น้องคนที่มาตู่เรียกพี่ว่าพี่นี้ มาได้งัย แนะนำต่ออีกนิดนะคะ ชื่อเล็กค่ะ รหัส 33 ถ้าเดาไม่ผิดพี่ก็น่าจะรหัส 26 รึป่าวคะ เพราะดูจากประสบการณ์ทำงานแล้วน่าจะประมาณนี้ ยินดี(มาก) แล้วก็ดีใจมากด้วยค่ะที่ได้รู้จักพี่ที่น่ารักคนนี้ ขอชื่นชมและขอบคุณจากใจค่ะ ที่พี่ได้สละเวลามาทำ blog ที่เป็นประโยชน์มากแบบนี้ อยากมีโอกาสได้ทำประโยชน์กับพี่บ้าง ถ้าพี่มีอะไรที่พอจะให้เล็กช่วยได้ ก็ยินดีนะคะ เล็กใช้ภาษาอังกฤษในงานอยู่ค่ะ เป็น Regional Sales Manager บริษัทส่งออกค่ะ ไว้จะแวะมาคุยด้วยนะคะ คงไม่เบื่อจะอ่านความคิดเห็นยาวๆแบบนี้นะคะ สวัสดีค่ะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เออจริงอะ... ทำไมความรู้สึกมันแผ่ซ่านออกมาจากตัวหนังสือ ผมรู้สึกว่าคุณเป็นคนดี

บอกตามตรง ผม Add Blog คุณไว้ใน My Fravorite ตั้งนานละเพราะสนใจภาษาอังกฤษ แบบว่า Search เจอมาจากที่ไหนซักที่

แหมไม่น่าเชื่อนะครับว่า ตัวหนังสือที่เอามาเรียงร้อยต่อกันมันจะทำให้ภาพของคนที่เขียนมันออกมา ดูดีแบบไม่น่าเชื่อ แบบว่าเราไม่รู้จักกัน ทั้งในรูปแบบใดๆมาก่อน จะเรียกว่า First Impressions หรือ Love at first sight

อย่างนี้สงสัยต้องขอติดตามอ่านกันยาว

ขอบคุณอะไรสักอย่างที่ทำให้ผมได้พบ Blog นี้

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอให้เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพนะคะ
Grace

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

Hi,Mydear.

to welcome to embrace motherland.

we are friends.

We_One กล่าวว่า...

แวะมาฝากความคิดถึงค่ะ

ขอให้ทุกคนรักคุณพิพัฒน์เช่นที่คุณรักทุกคนค่ะ

^____^