วันอังคารที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

[2220] ความใฝ่ฝันของผม ในฐานะ บล็อกเกอร์ e4thai.com

สวัสดีครับ

วันนี้ วันที่ 1 พฤษภาคมคือ    วันแรงงานแห่งชาติ     ในฐานะที่ผมทำงานอยู่ที่  กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน    กระทรวงแรงงาน   จึงขอพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ซะหน่อย  แต่จะพูดในซอกสั้น ๆ เฉพาะที่เกี่ยวกับเนื้อหาการศึกษาภาษาอังกฤษ ตามแนวทางของบล็อก e4thai.com นี้เท่านั้น



ก่อนว่ากันต่อไป ถ้าท่านใดต้องการอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับวันแรงงาน  เชิญไปที่ 2 ลิงค์นี้ครับ





ในช่วงปีที่ผ่านมานี้ ผมมีโอกาสได้ไปประชุมที่ประเทศพม่า ลาว และเวียดนาม สิ่งหนึ่งที่เจอเหมือนกันในทั้ง 3 ประเทศก็คือ หลายคนในประเทศเหล่านี้ที่ผมเจอเขาพูดภาษาไทยได้ ผมถามว่าทำไมพูดไทยได้ เขาตอบว่า รับทีวีไทยได้ ก็เลยดูทีวีไทย และพูดไทยได้ ข้อสรุปสั้น ๆ ของผมก็คือ ประเทศเพื่อนบ้านของไทยพูดภาษาไทยได้ทุกประเทศ แต่คนไทยพูดภาษาของใครไม่ได้เลย เมื่อเขาพูดภาษาไทยได้ ก็ไม่มีปัญหาในการสื่อสารกับนายจ้างเวลาที่อพยพเข้ามาทำงานในเมืองไทย



ผมสังเกตว่า หลายหน่วยราชการหรือหน่วยงานเอกชน ก็มีกิจกรรมที่จะพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษสำหรับแรงงานไทย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดคอร์สฝึกอบรมการสนทนาภาษาอังกฤษ สั้นบ้างยาวบ้าง ผมอยากจะบอกว่า การฝึกอบรมทั้งหลายด้านภาษาอังกฤษ ที่จะให้แก่แรงงานนั้น จะต้องพิจารณา 3 เรื่องนี้ คือ available, accessible และ affordable ผมขอว่าไปทีละเรื่อง



Available  มันมีอยู่หรือเปล่า?

ถ้าเราถามว่า แรงงานไทยต้องการทักษะภาษาอังกฤษไปทำอะไร ก็ตอบได้ว่า

-ไปทำงานต่างประเทศ และต้องพูดกับหัวหน้างานหรือนายจ้างให้รู้เรื่อง

-ทำงานในประเทศ และต้องพูดกับลูกค้าให้รู้เรื่อง เช่น คนขับรถแท็กซี่, มัคคุเทศก์หรือคนนำเที่ยว, พนักงานที่ต้องต้อนรับแขกชาวต่างประเทศโดยตรง เช่น พนักงานเสริ์ฟ,พนักงานขายของหน้าร้าน, พนักงานรับโทรศัพท์, พนักงานต้อนรับส่วนหน้าในโรงแรม เป็นต้น

จะเห็นได้ว่า ประโยคภาษาอังกฤษที่คนงานไทยต้องใช้ในการทำงานจริง ๆ นั้น มันมีความเจาะจง  เขาไม่มีเวลาและเรี่ยวแรงมากพอ ที่จะไปเรียนประโยคที่เขาไม่ได้ใช้  จึงขอถามว่า เรามีคอร์สฝึกสนทนาภาษาอังกฤษ ซึ่งมีเนื้อหาโดยเจาะจง ให้แก่แรงงานทุกกลุ่มอาชีพหรือไม่?

Accessible  เข้าถึงได้หรือเปล่า?
การเดินทางจากบ้านไปยังหน่วยงานที่จัดฝึกอบรม (ไม่ว่าจะฝึกให้ฟรีหรือเสียเงิน)  คนงานสามารถทำได้โดยสะดวกหรือไม่?  ถ้าสถานที่ฝึกอยู่ไกล ต้องเสียค่าเดินทางมาก ต้องเสียค่าที่พัก ต้องเสียค่าโสหุ้ยมาก  มันก็เป็นการฝึกอบรมที่เข้าถึงได้เฉพาะคนงานที่มีความพร้อมเท่านั้น  คนที่ไม่พร้อมซึ่งน่าจะมีอยู่เป็นจำนวนมาก ก็เข้าถึงไม่ได้

Affordable คนงานมีเงินจ่ายค่าเรียนหรือเปล่า?
ข้อนี้มันโยงกับข้อที่แล้ว ค่าใช้จ่ายในการฝึกนี้ นอกจากค่าเรียนแล้ว มันยังรวมถึง ค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าโสหุ้ย และรายได้ที่หายไปเพราะไปทำงานไม่ได้ เนื่องจากต้องเข้าห้องเรียน

จาก 3 เรื่องนี้ ท่านจะเห็นว่า การจัดคอร์สให้คนงานเข้าฝึกพูดภาษาอังกฤษ   ไม่ใช่เรื่องง่าย ยากทั้งคนจัด ยากทั้งคนเรียน

พอพูดแบบนี้ หลายคนอาจจะนึกถึงคำตอบได้ฉับพลันเลยว่า ก็ให้เรียนภาษาอังกฤษผ่านเน็ตซีครับ !!

ผมว่าเราต้องยอมรับความจริงว่า แรงงานไทยจำนวนไม่น้อย ทั้งที่ทำงานในเมืองไทยและไปทำงานต่างประเทศ ที่จำเป็นต้องพูดภาษาอังกฤษ ยังไม่สามารถใช้เน็ตเพื่อเรียนภาษาอังกฤษ ด้วยข้อขัดข้องดังนี้
-ไม่มีเงินซื้อคอมพิวเตอร์ หรือ ไม่สะดวกที่จะเสียค่าต่ออินเทอร์เน็ต
-ยังใช้คอมพิวเตอร์ หรือ ใช้เน็ต ไม่เป็น หรือไม่คล่อง จนรำคาญตัวเอง และไม่ยอมใช้  ไม่อยากใช้
-ในเน็ต ไม่มีเนื้อหาสำหรับฝึกพูดภาษาอังกฤษ ที่ง่ายเพียงพอให้เขาต่อติด คือพื้นฐานเดิมด้านภาษาอังกฤษของเขา มันไม่มีเลย หรือมีน้อยมาก หรือลืมไปหมดแล้ว

แล้วเราจะทำยังไง  เพื่อช่วยให้คนไทย หรือคนงานไทย พูดภาษาอังกฤษได้ เพื่อสะดวกในการทำงาน ในเมืองไทยหรือไปทำงานต่างประเทศ?

ตามความเห็นของผม  เราน่าจะทำดังต่อไปนี้ แต่ผมก็สงสัยว่า ทั้ง ๆ ที่ความเห็นของผมต่อไปนี้ มันก็สามัญอย่างยิ่ง ไม่ได้พิสดารอะไรเลย แต่ทำไมจึงยังไม่มีการทำสิ่งนี้เพื่อคนงานไทยนับล้าน ๆ คน  ซึ่งถ้าได้ทำ นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อคนงานไทยแล้ว ยังจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทย และต่อคนไทยทุกคน ในยุคโลกาภิวัตน์ทุกวันนี้ที่เราต้องอยู่ร่วมกับชาวโลก
ผมเห็นว่า เราจำเป็นต้องทำดังต่อไปนี้ครับ

[1] มีช่องฟรีทีวีภาษาอังกฤษตลอด  24 ชั่วโมง
เริ่มแรกอาจจะมีแค่ช่องเดียว ต่อไปค่อยขยายเป็นหลายช่อง
-ทำไมต้อง 24 ชั่วโมง? ก็เพื่อให้คนงานไทยและคนไทยทุกคนสามารถเปิดศึกษาได้ตลอดเวลา  รายการดี ๆ มีประโยชน์ที่ออกอากาศช่วงหลังข่าวภาคค่ำ  สามารถเอาไปออกอากาศซ้ำหลังเที่ยงคืน หรือก่อน 6 โมงเข้าก็ได้ครับ คนนอนดึก-ตื่นเช้า ก็ควรมีโอกาสเท่าเทียมกับคนอื่น
-ทำไมต้องเป็นภาษาอังกฤษล้วน ห้ามมีรายการภาษาไทย? (ยกเว้นโฆษณา) ก็เพราะว่า ในช่องฟรีทีวีภาษาอังกฤษตลอด  24 ชั่วโมงนี้ ทุกรายการ ไม่ว่าจะเป็นข่าว สารคดี ภาพยนต์ ละคร เกมโชว์ variety ฯลฯ ที่คนเลือกดูตามความชอบของเขา แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผู้จัดทำทุกรายการต้องท่องให้ขึ้นใจก็คือ จะต้องทำให้คนไทยมีทักษะภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้น ด้านการฟัง  พูด อ่าน หรือ เขียน โดยผู้ชมอาจจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม

ท่านอาจจะบอกว่า ถ้าไม่มีการอธิบายเป็นภาษาไทยเลย หรือไม่มี subtitle เป็นภาษาไทย ผู้ชมจะเข้าใจหรือ?  ผมมีความเห็นว่า การแก้ปัญหาผู้เรียนไม่เข้าใจ ไม่ควรแก้โดยเอาภาษาไทยมาอธิบาย   เพราะเมื่อเข้าใจเป็นภาษาไทย ก็สูญเสียโอกาสที่จะฝึกคิดเป็นภาษาอังกฤษ ผมขอบอกว่า  คนไทยมากมายที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้หรือไม่คล่อง ก็เพราะเริ่มต้นการพูดด้วยการคิดเป็นภาษาไทย  และกว่าจะกระโดดข้ามจากประโยคภาษาไทยไปสู่ประโยคภาษาอังกฤษ มันไม่ทันกินหรอกครับ

การแก้ปัญหา เมื่อชม ข่าว สารคดี ภาพยนต์ ละคร เกมโชว์ variety ฯลฯ แล้วไม่รู้เรื่อง ต้องแก้โดยทำให้รายการนี้ง่าย เช่น พูดช้า พูดด้วยประโยคง่าย ๆ สั้น ๆ พูดซ้ำ มีภาพ-สี-แสง-เสียง ประกอบ หรือวิธีอื่น ๆ อีกสารพัดวิธี  แต่ไม่ควรแก้โดยเอาภาษาไทยเข้ามาใช้  เพราะเมื่อเรียนภาษาอังกฤษด้วยภาษาไทย คุณอาจจะเข้าใจ(เมื่ออ่านและฟัง) แต่คุณจะใช้ไม่เป็น(เมื่อพูดและเขียน)

ในระยะแรก ๆ รายการในช่องฟรีทีวีภาษาอังกฤษตลอด  24 ชั่วโมง นี้ อาจจะเอาจากรายการฝรั่ง ถ้าไม่มี subtitle ภาษาอังกฤษ ก็อาจจะมีงานเพิ่มคือต้องใส่ subtitle ภาษาอังกฤษลงไป แต่ห้ามใส่ subtitle ภาษาไทยเด็ดขาด มันเหมือนกับประเทศเพื่อนบ้านเราพูดภาษาไทยได้ปร๋อเพราะรับทีวีไทยได้ โดยไม่มี subtitle ภาษาของเขาให้คนของเขาได้อ่านเพื่อดูรายการภาษาไทย

ผมว่า เราจะต้องปรับปรุงเนื้อหาของทุกรายการ (ข่าว สารคดี ภาพยนต์ ละคร เกมโชว์ variety ฯลฯ) ให้มีคุณภาพ น่าชม และคนติด โดยเขาไม่รู้ตัวเลยว่า เขากำลังศึกษาภาษาอังกฤษ รัฐบาลคงต้องทุ่มงบบ้างเพื่อการนี้   แต่นี่เป็นเรื่องที่ควรทำอย่างยิ่ง  ถ้าไม่ทำเราก็จะได้ยินเสียงบ่นกันเองให้ได้ยินบ่อย ๆ ว่า ทำไมเรียนภาษาอังกฤษมาตั้งแต่เด็กก็ยังพูดภาษาอังกฤษไม่ได้สักที

ท่านสังเกตไหมครับว่า รายการทีวีสอนภาษาอังกฤษที่คนติดมากที่สุดคือรายการที่สนุก เมื่อสนุกคนก็เข้าใจ และจำได้ แต่อาจจะใช้(พูดและเขียน)ไม่เป็น  ปัจจัยที่จะทำให้โครงการฟรีทีวีภาษาอังกฤษตลอด  24 ชั่วโมง ที่ผมพูดนี้ประสบความสำเร็จก็คือ ต้องทำรายการให้คนติด แต่ห้ามใช้ภาษาไทย ในช่วงแรก ๆ ผู้ชมอาจจะไม่เข้าใจ ไม่เป็นไรครับท่านยังไม่ต้องใจร้อน  ขอให้พยายามทำรายการให้คนติด  และคนก็จะค่อย ๆ เข้าใจและใช้เป็นไปโดยไม่รู้ตัว แต่ถ้าไปเน้นทำให้คนเข้าใจในบทแรกโดยใช้ภาษาไทยเป็นเครื่องมือ เช่นนี้ ความเข้าใจจะไม่นำไปสู่การใช้เป็น

ผมอยากจะชี้ให้ท่านเห็นอีก 1 ข้อเท็จจริงที่ช่วยบอกว่าทำไมเราจึงต้องมีช่องฟรีทีวีภาษาอังกฤษตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยทำให้คนไทยเก่งภาษาอังกฤษ

เรื่องของเรื่องก็คือ หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนหลายแห่ง ต้องการให้เจ้าหน้าที่หรือพนักงานของตนเก่งภาษาอังกฤษ สามารถสื่อสารกับชาวต่างประเทศได้ จึงส่งเขาไปเข้าคอร์สอบรมภาษาอังกฤษ การณ์ปรากฏว่า ช่วงแรก ๆ หลังกลับจากฝึกก็ดูฟิตดีกว่าเดิม แต่ผ่านไปนาน ๆ เข้า ผู้จัดการหรือผู้อำนวยการก็ชักจะบ่นว่า:
“เหมือนเดิม” หรืออาจจะพูดเบา ๆ ว่า “เสียเงินส่งไปเรียน ไม่เห็นว่าจะเก่งกว่าเดิมเลย”

คำบ่นของหัวหน้าทำนองนี้มักจะมีคำอธิบายโต้กลับจากลูกน้องทำนองนี้
“ก็ทั้งปี 365 วัน มีฝรั่งเข้ามาให้คุยไม่กี่วัน พอมันมาก็จะให้เราพูดได้คล่อง มันจะเป็นไปได้ยังไง”

หัวหน้าก็จะตำหนิพร้อมกับแนะนำ ทำนองนี้
“ก็ไม่สนใจเอง ตำรา บทเรียน CD เว็บไซต์ มีให้ศึกษาฝึกฝนเยอะแยะ ไม่สนใจเอง จะให้หน่วยงานส่งไปเข้าคอร์สอบรมครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นไปไม่ได้หรอก อบรมมาแล้วก็ต้องรู้จักฝึกฝนต่อเนื่องเอาเองบ้าง”

สุดท้าย ลูกต้องก็จะอธิบาย หรือแก้ตัว ทำนองนี้
โอ้ย ! เวลาทำงานก็เหนื่อยแทบแย่แล้ว ยังจะให้เอาเวลาเลิกงานที่เป็นเวลาส่วนตัวไปฝึกภาษาอังกฤษอีกรึ ไม่ไหวหรอก !”

ท่านในฐานะคนกลางที่ฟังการโต้ตอบ และเหตุผลของทั้งสองฝ่าย จะว่ายังไง? จะเข้าข้างใคร?

ผมขอบอกว่า ฟรีทีวีภาษาอังกฤษตลอด 24 ชั่วโมง นี่แหละครับ คือคำตอบ รายการทีวีที่ออกอากาศ จะต้องมีคุณภาพ ตอบสนองความต้องการของผู้ชมได้ และที่สำคัญจะต้องสนุกทำให้ผู้ชมติด ดูด้วยความรู้สึกเพลิดเพลินผ่อนคลาย เหมือนที่คนไทยเราเปิดดูละครหลังข่าว เกมโชว์ ภาพยนต์ ทำนองนั้นแหละครับ ถ้าต้องชมรายการภาษาอังกฤษไปพร้อมกับความเครียด ไม่มีใครอยากเปิดช่องนี้ดูหรอกครับ

ช่องฟรีทีวีภาษาอังกฤษตลอด 24 ชั่วโมง นี่แหละครับ จะเป็นห้องเรียนภาษาอังกฤษ ที่เป็นธรรมชาติ มีชีวิตชีวา และมีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง

[2] มีเว็บไซต์สอนภาษาอังกฤษฟรีที่จัดขึ้นเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ
เมื่อผมทำบล็อก www.e4thai.com    นี้ ผมตั้งใจให้คนไทยมีเครื่องมือในการศึกษาและฝึกภาษาอังกฤษ ที่ท่านสามารถเข้าถึงได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย  โดยผมพยายามจัดบริการต่าง ๆ ต่อไปนี้ให้ คือ
-แนะนำเว็บไซต์สอนภาษาอังกฤษ ทั้งไทยและอังกฤษ
-แนะนำและจัดทำไฟล์ให้ท่านดาวน์โหลดไปศึกษา โดยไม่ต้องต่อเน็ต
-แนะนำวิธีการศึกษาภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง,  หาคำตอบด้วยตัวเอง
-เขียนคำให้กำลังใจในการศึกษาภาษาอังกฤษ
สิ่งที่ผมทำน้อยมาก คือ การสอนหรือตอบคำถามเกี่ยวกับภาษาอังกฤษ ที่ท่านผู้อ่านถามมา  เรียนตามตรงครับ ผมไม่มีเวลา  เพราะถ้าผมตอบคนใดคนหนึ่ง ผมก็ต้องตอบให้ทุกคน ไม่มีเวลาจริง ๆ ครับ  หรือ บางคำถาม/หลายคำถาม ก็ตอบไม่ได้

ณ วันนี้ บล็อกอาสาทำแห่งนี้ มีอายุ 5 ปีครึ่งแล้ว มีผู้ชมเข้ามาใช้บริการโดยเฉลี่ยวันละ 3,900 คน   ในฐานะ blogger ผมพอใจเมื่อรู้สึกว่าน่าจะมีหลายท่านที่เข้าชมและได้รับประโยชน์อะไรกลับไปบ้าง  แต่ที่ยิ่งไปกว่านี้ก็คือ ผมอยากให้หน่วยราชการหรือองค์กรเอกชนที่มีทุนหรือทรัพยากร  จัดทำเว็บไซต์สอนภาษาอังกฤษฟรีเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ

เว็บที่ว่านี้ ควรจะมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
-มีเนื้อหาที่เป็นที่ต้องการของคนทุกคน คือ ไม่ว่าผู้ใดต้องการเนื้อหาอะไรเกี่ยวกับการฝึกทักษะภาษาอังกฤษ เข้าไปที่เว็บนี้แห่งเดียว หาได้ทันทีอย่างรวดเร็ว และได้อย่างที่ต้องการด้วย

-เนื้อหามีทั้งคุณภาพ น่าสนใจ ดาวน์โหลดข้อมูลได้ง่ายและเร็ว

-ไม่เรื่องมาก ถ้าใครต้องการใช้โดยไม่ต้องลงทะเบียนก็ไม่ต้องลง,  ถ้าใครต้องการลงทะเบียนเพื่อให้เว็บเก็บข้อมูล เว็บก็ทำให้  เช่น เพื่อเก็บสถิติการทำ test หรือ การเข้าคอร์สครั้งต่อไป ที่เว็บจัดให้เรียน เป็นต้น

-เป็นเว็บที่มีบริการทดสอบภาษาอังกฤษ เหมือน TOEIC, TOEFL หรือการทดสอบที่จุฬา, ธรรมศาสตร์ ฯลฯ จัดทดสอบ  แต่เว็บนี้ใครก็ได้สามารถเข้าไปทดสอบ online ได้โดยไม่เสียเงิน  และสามารถ save และ print ผลการทดสอบออกมาได้ทันที  แต่ถ้ามีสถานประกอบการหรือสถาบันการศึกษาต้องการทดสอบ พนักงานหรือนักศึกษา แบบ online ผ่านเว็บนี้ โดยทดสอบในห้องแบบเป็นกิจจะลักษณะ มีผู้ควบคุมการทดสอบอย่างเป็นงานเป็นการ เมื่อสอบเสร็จก็ให้ผู้ควบคุมหรือผู้อำนวยการ/ผู้จัดการ เซ็นกำกับใบแสดงผลการทดสอบ ที่ print out ออกมาได้ ถ้าต้องการอย่างนี้ ก็ให้เว็บนี้ทำได้ และทำให้ฟรี

-เป็นเว็บที่จัดคอร์ส e-Learning ให้ผู้สนใจ โดยจะเรียนด้วยตัวเองคนเดียว หรือให้สถานประกอบการหรือสถาบันการศึกษา สามารถจัดให้พนักงานหรือนักศึกษา เข้าชั้นเรียนศึกษา online พร้อมกัน อย่างเป็นงานเป็นการก็ได้ อันที่จริงก็มีบางหน่วยทำเช่นนี้แล้ว เช่นที่  Thailand Cyber University    แต่ผมรู้สึกว่า เว็บนี้ยังสามารถพัฒนาให้ดีกว่านี้ได้

-เป็นเว็บที่มีคอลัมน์ ถาม - ตอบ ข้อสงสัย เกี่ยวกับการศึกษาภาษาอังกฤษ โดยมีผู้เชี่ยวชาญประจำทำหน้าที่ตอบ นอกเหนือจากให้ผู้อ่านที่มีความรู้ ร่วม share คำตอบ เหมือนที่หลายเว็บทำอยู่ขณะนี้

-ผมอยากให้เว็บสอนภาษาอังกฤษที่จัดทำขึ้น มีลักษณะเหมือนร้านสะดวกซื้อ ที่ตั้งอยู่ทุกมุมถนนที่ผู้คนเดินผ่านไปมา (available) และทุกคนสามารถเดินเข้าไปซื้อหาของที่ต้องการได้อย่างสะดวก (accessible)

ถ้าท่านถามว่า ถ้ามีช่องทีวีฟรี 24 ชั่วโมงและเว็บไซต์คุณภาพดี ที่สามารถฝึกฝนภาษาอังกฤษอย่างได้ผล  และเพลิดเพลินสนุกสนานเช่นนี้ ธุรกิจโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษที่มีอยู่มากมายทุกวันนี้ ก็ไม่ต้องทำมาหากินซีครับ 

ผมว่าท่านไม่ต้องคิดมากหรอกครับ ผมเชื่อว่า ทั้งสองส่วนนี้สามารถไปด้วยกันได้ เขาก็ยังสามารถทำธุรกิจของเขาต่อไปได้ ผมยังมองในแง่ดีว่า เขาอาจจะรับอาสามาเป็นวิทยากร พิธีกร คอลัมนิสต์ ที่ทีวีและเว็บไซต์ที่ผมพูดถึงนี้ด้วยซ้ำ ผมเชื่อว่าสังคมไทยจะก้าวหน้าต่อไปได้อย่างมีความสุข เพราะคนไทยเราทำ 2 อย่างพร้อมกันไป คือ 1.งานอาชีพ และ 2.งานอาสา ตัวเราเองจะมีความสุขและให้ความสุขแก่คนอื่น ไปพร้อม ๆ กัน ด้วยงานอาชีพและงานอาสา

นี่คือ ความฝันของผมครับ คือช่องฟรีทีวี และเว็บไซต์ ที่คนไทยทุกคนสามารถเข้าไปใช้เพื่อศึกษาและฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษ  ได้อย่างสนุกสนานและได้ผล

พิพัฒน์
e4thai@live.com

13 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

พูดได้ดีมากครับ ชมจากใจ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ติดตามบล๊อคของคุณพิพัฒน์มาตั้งแต่ตอนเป็นนักเรียนตอนนี้เป็นแรงงานแล้วก็ยังคงติดตามอยู่ ขอบคุณและเป็นกำลังใจให้คุณพิพัฒน์ครับ

www.smartrichsmartlife.com กล่าวว่า...

เป็นแนวคิดที่ดีมากเลยครับ....พร้อมติดตาม....เป็นกำลังใจครับ
Dr.Smart
www.smartrichsmartlife.com

pfan กล่าวว่า...

ผมมีโอกาสไปเที่ยวมาเลเซียและสิงคโปร์ 1 เดือน เห็นทีวีบ้านเขาออกอากาศ 3 ภาษา หนึ่งในนั้นคือภาษาอังกฤษ ออกอากาศซ้ำไปซ้ำมา รู้สึกว่าดูไปดูมาทำท่าจะรู้เรื่องนะ ผมว่า คือจะมีบางส่วนรู้ แต่อีกบางส่วนยังไม่รู้ แต่ภาพรวมคือได้ภาษาทุกวัน วันละเล็กละน้อย ดีครับ เห็นด้วยกับคุณพิพัฒน์ ถ้ามีจริง ๆ คงจะดี

Sasinan Sirithadakunlaphat กล่าวว่า...

เป็นอีกมุมที่ดีเรยนะคะ ปกตินึกถึงแรงงานก็คงนึกไม่ถึงว่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องภาษาด้วย แต่เป็นบทความที่น่าคิดมากเรยค่ะ หนับหนุน^^

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ดิฉันเป็นแฟนประจำบล็อกนี้ มาไม่น้อยกว่า 3 ปี
ชื่นชมคุณพิพัฒน์เป็นอย่างมาก จากที่อ่านเนื้อเรื่อง
ที่คุณพิพัฒน์เขียนจนถึงปัจจุบัน ด้วยเหตุผลก็คือ
อยากให้คนไทยสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้
เมื่อจำเป็นต้องติดต่อกับต่างชาติ
จะมีใครสักกี่คน ที่พยายามหาสิ่งดี ๆ ให้กับเราโดยไม่
ละความพยายาม มีคนดี ๆ ที่พยายามหาสิ่งดี ๆ ให้กับเราที่เหลือ ก็ตัวเราและท่าน ๆ ที่จะพยายามเอาสิ่งดี ๆ เหล่านั้นใส่เข้าไปในตัวเราได้หรือ ก็ขึ้นอยู่กับความพยายามของเรา ๆ ท่าน ๆ แล้วล่ะ
เหมือนกัน ป้อนข้าวให้เข้าปากแล้ว ที่เหลือต้องเคี้ยวเอง ทำนองนั้น

SUKON กล่าวว่า...

ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง อยากให้บทความนี้ไปสู่ผู้มีอำนาจวาสนาทั้งหลาย ประเทศไทยมีรายการทีวีภาษาอังกฤษบ้างแต่เป็นรายการข่าว แต่อยากให้มีรายการประเภทอื่นๆ ด้วย ส่วนจะดูรายการทีวีต่างประเทศก็ไม่ทราบว่าทำอย่างไร อยากดู BBC
VOA ดูได้ที่ไหนช่วยแนะนำด้วยครับ

pipat - blogger กล่าวว่า...

ถ้าดูผ่านเน็ต ไปที่นี่ครับ
http://english-for-thais-2.blogspot.com/2011/05/1828-video.html

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

สวัสดีค่ะ เห็นด้วยว่าเพื่อนบ้านพูดภาษาเราได้ เพราะก็ย้ายมาทำงานที่นี่ เค้าพูดกันได้จริง ๆ แถมภาษาอังกฤษก็เก่งกว่าคนจบเอกเมืองนอกของเราอีก ต้องยอมรับเด็กตัวน้อย ๆ เก่งมาก โดยเฉพาะแถมเสียมเรียม หรือปอยเป็ต เก่งกว่าไทยต้องยอมรับเค้า แต่บ้านเมืองเราน่าปวดหัวกว่า แต่โดยภาพรวมคนไทยทำงานเก่งกว่า ที่นี่วันหยุดเยอะมาก เยอะจนตกใจ เพราะปีนึง 72 วัน คนที่นี่เลยไม่แอ๊คทีฟกับชีวิต ทำงานกับคนที่นี่ต้องตามงานทุกวัน จนเราเหนื่อยไปเอง แต่ต้องทำใจ เพราะชาวต่างชาติทุกคน ต้องตามงานเองหมด ปล่อยไม่ได้ เพราะความรับผิดชอบในงานของพวกเค้าประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ทำใจแล้ว

pipat - blogger กล่าวว่า...

ขอบคุณทุกท่านครับ ที่มี comment ให้ผมได้อ่านบ้าง

Chirawat Na-ngam กล่าวว่า...

*ไม่ค่อยได้ Comment แต่ก็อ่านบล็อก e4thai อยู่เป็นประจำ เป็นกำลังใจให้คุณพิพัฒน์สร้างผลงานดีๆ ให้คนไทยแบบนี้ต่อไปนะครับ และหวังว่าช่อง Free TV ภาษาอังกฤษ จะเกิดขึ้นในอีกเร็ววัน

ขอบคุณครับ

Sanoa ACS กล่าวว่า...

คุณ พิพัฒน์ ครับ..

ผมติดตามคุณมานานแล้ว...ชื่นชมในความมุงมั่นของคุณมากๆ ไม่ค่อยได้ออกความเห็น..
เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ...แต่ท่านๆเธอๆ จะเอาใจใส่กันรึเปล่าสิครับ..หลายฝ่ายก็พยายามกันอยู่...แต่ข้อจำกัดมันเยอะ..เรื่องเวลาออกอากาศ...มีน้อยไป.
ไม่ถูกจังหวะที่จะได้รับชมบ้าง..ก็เลยไม่ต่อเนื่อง...
แหว่งๆวิ่นๆไป..อันนึงที่ชอบคือ เรียนจากจิตใต้สำนึกครับ..ผมได้เรียนอัสสัมชัญเมื่อตอนเด็ก..ก็ได้แค่ศัพท์..กับแกรมม่าร์มากหน่อย..เรื่องพูดไม่ได้เรื่อง
เพิ่งจะมาฝึกอีกทีตอนแก่..ตอนทำงานเคยมีเพื่อนชาวพม่าไปขอฝึกงาน..ได้คุยกันมั่งเขาจบม.ย่างกุ้งเลยนะ
อังกฤษ กอบโกยไปเยอะ...แต่ก็ยังมีสิ่งดีๆทิ้งไว้บ้าง
ยังไงก็ขอให้ฝันของพวกเราเป็นจริงสักวันนะครับ..
ช่วงก่อน..ที่มีข่าวว่าคุณพิพัฒน์ไม่สบายมากๆ
ผมก็มาติดตามบล็อกอยู่..ไม่รู้จะเช็กข่าวที่ไหน..
ขอให้สร้างสรรค์สิ่งดีๆไปอีกนานๆนะครับ..เสนอ...

TNR กล่าวว่า...

เป็นความเห็นและข้อเสนอแนะที่ดีมากครับ
แต่เราจะทำให้เป็นจริงได้อย่างไร
ในเมื่อผู้ีมีอำนาจไม่ใส่ใจ