[1729] ด/ล ชุด“English for Work Activities”
สวัสดีครับ
ผมมีชุดการศึกษาภาษาอังกฤษเรื่อง “English for Everyday Activities” มาแนะนำและให้ท่านดาวน์โหลด ประกอบด้วยไฟล์หนังสือ pdf 1 เล่ม มี 61 บท และไฟล์เสียง mp3 61 ไฟล์ ๆ ละ 1 บท เนื้อหาของชุดนี้ก็เป็นอย่างชื่อที่เขาตั้งไว้ คือ English for Everyday Activities หรือ ภาษาอังกฤษสำหรับกิจกรรมประจำวัน ท่านลองอ่านดูข้างล่างนี้ก็ได้ครับว่า ทั้ง 61 กิจกรรมนี้มีอะไรบ้าง
[ดับเบิ้ลคลิก และ คลิก เพื่อขยายหน้า Contents ข้างล่างนี้]


ผมขอเวลาพูดเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ และหนังสืออื่นที่คล้าย ๆ กันนี้สักนิดนะครับ คือผมเห็นว่า มันเป็นอุปกรณ์ชั้นดีที่ช่วยให้เราเรียนภาษาอังกฤษได้อย่างง่าย ๆ ข้อที่ผมต้องการเน้นเป็นพิเศษก็คือ ภาษาอังกฤษนั้น มีทั้ง passive skill คือ อ่านกับฟัง และ active skill คือ เขียนกับพูด
passive skill คือ อ่านกับฟัง นั้น เราต้องเข้าใจ คืออ่านเข้าใจ และฟังเข้าใจ
ส่วน active skill คือ เขียนกับพูด นั้น เราต้องใช้เป็น คือ เขียนเป็น และพูดเป็น
อย่างหนังสือ “English for Everyday Activities” ที่ผมแนะนำในวันนี้ ผมเชื่อว่า ถ้าให้ท่านผู้อ่านเข้าห้องสอบและ test ท่านผู้อ่านจำนวนมากทีเดียว จะสอบผ่านการอ่านและฟัง คือผ่าน passive skill, แต่ถ้า test เรื่อง active skill คือ เขียนกับพูด ผมเชื่อว่า ท่านผู้อ่านบางท่านและตัวผมด้วย ก็จะสอบ active skill ได้ไม่คล่องแคล่วเหมือนสอบ passive skill
สรุปก็คือ เข้าใจนั้นง่าย แต่ ใช้เป็นนั้นยากกว่า แต่ก็ไม่ยากเกินไป ถ้าเราฝึกไม่หยุด โดยมีหลักว่า
1.ถ้าอ่านและฟังเยอะ ๆ ก็จะเป็นพื้นฐานที่ดี ช่วยทำให้การฝึกเขียนและพูดไม่ยากเกินไป พูดอีกอย่างก็คือ passive skill เป็นพื้นฐานของ active skill
2.ถ้าท่านสังเกตจะพบว่า ใน dictionary ทุกเล่มคำว่า copy มาก่อน คำว่า create, ตอนที่พิมพ์บทความนี้ ผมหยิบ dictionary ใกล้มือขึ้นมานับดู และก็พบว่า คำว่า create อยู่หลัง copy ประมาณ 240 คำ, เพราะฉะนั้น ในการฝึกให้เกิด active skill คือ เขียนและพูด ก็เช่นเดียวกันครับ ท่านไม่ต้องอายหรอกครับ ถ้าการเขียนหรือการพูดของท่านต้อง copy สำนวนภาษาของคนอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำนวนภาษาของเจ้าของภาษาหรือ native speaker เพราะก่อนที่ท่านจะสามารถ create ได้ ท่านจะต้อง copy ซะก่อน
แต่ถ้าถามว่า จะ copy อย่างไรให้จำได้ง่าย ๆ เพื่อต่อไปจะได้สามารถพูดและเขียนด้วย style ของตัวเองได้ คือ create ได้
ผมขอตอบตามประสบการณ์ส่วนตัวที่ไม่ได้ร่ำเรียนมาทางนี้ อย่างนี้ครับ ในภาษาไทยเรา มีสำนวนที่เกี่ยวกับการจำ ที่ผมนึกได้ขณะนี้อยู่ 2 สำนวน คือ จดจำ และ จำขี้ปาก
จดจำ คือ ถ้าได้จด แล้วจะจำได้ง่าย ไม่ว่าจะจดเป็นคำ ๆ หรือจดเป็นประโยค ควรจดทั้งนั้น
จำขี้ปาก (เขามาพูด) คือ ไม่คิดเอง เขาพูดอย่างไร ก็พูดตามเขา ถ้าพูดตามได้ เหมือนทั้งสำนวน และสำเนียง ยิ่งดี เพราะสำนวนพื้นฐานที่พูดแบบจำขี้ปากเขานี้ จะเป็นพื้นฐานให้เรามีสำนวนของตัวเอง ท่านเชื่อผมเถอะครับ เราไม่ต้อง copy ไปตลอดกาลหรอกครับ เหมือนเปิดหน้า dictionary นั่นแหละครับ จากคำว่า copy ถ้าเปิดไปเรื่อย ๆ มันก็จะถึงคำว่า create จนได้
ผมเห็นว่า ถ้าเราต้องการเขียนและพูดภาษาอังกฤษให้ได้ เราต้องใช้ทั้ง 2 วิธี คือ จดจำ และ จำขี้ปาก ขาดอย่างไดอย่างหนึ่งไม่ได้
เอาละครับ ต่อจากนี้เชิญดาวน์โหลดได้เลยครับ
ถ้าเน็ตเร็ว ก็ดาวน์โหลดลิงค์นี้ ขนาดประมาณ 68 MB ซึ่งมีทั้งไฟล์ pdf และ mp3 คลิก
ถ้าเน็ตไม่ค่อยเร็ว ก็ดาวน์โหลดไฟล์ข้างล่างนี้
ไฟล์ Audio mp3
บทที่ 1 - 30
บทที่ 31 - 61
ไฟล์ หนังสือ pdf
บทที่ 1 – 30
บทที่ 31 - 61
ศึกษาเพิ่มเติม คลิก
ขออวยพรให้ทุกท่าน ฝึกได้ผลสำเร็จทั้งการ ฟัง – อ่าน, เขียน – พูด ได้พร้อมทั้ง passive skill และ active skill นะครับ
[ขอขอบคุณคุณณิชชาเป็นอย่างมากครับ ที่ใช้เวลาจัดทำไฟล์ชุดนี้ส่งมาให้ จากประเทศสหรัฐอเมริกา]
พิพัฒน์
GemTriple@gmail.com